ONELINK จัดเสวนาออนไลน์ ถอดรหัสวิกฤตน้ำมัน
สูตรลับที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องรู้
เสริมกลยุทธ์ผู้ประกอบการขนส่งรับมือน้ำมันพลังงานผันผวน

บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด จัดงานเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ “ถอดรหัสวิกฤตน้ำมัน สูตรลับที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องรู้” เพื่อร่วมอัปเดตสถานการณ์พลังงาน แนวโน้มราคาน้ำมัน และแนวทางการบริหารต้นทุนสำหรับผู้ประกอบการขนส่ง ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง งานเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00–12.00 น. ในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Conference โดยมีผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางรับมือ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณสัมฤทธิ์ บุญอมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวเปิดงาน พร้อมต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจขนส่ง ในยุคที่ต้นทุนพลังงานมีความไม่แน่นอน และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟลีท
โดยมีวิทยากรร่วมเสวนา ท่านแรก คุณศศิธร เจษฎาฐิติกุล (ผู้อำนวยการกองนโยบายปิโตรเลียม สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน) : ผู้ให้มุมมองด้านนโยบายภาพรวมระดับมหภาคและกลไกการควบคุมราคาพลังงานของรัฐ
• การจัดการความผันผวนของราคา : ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยระดับโลกอย่างสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อราคา โดยรัฐบาลใช้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นกลไกสำคัญในการรักษาสะถียรภาพและอุดหนุนราคา เพื่อไม่ให้ต้นทุนของประชาชนและผู้ประกอบการสูงจนเกินไปในช่วงวิกฤต
• แหล่งข้อมูลเพื่อการวางแผน : แนะนำให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จาก "ตารางส้ม" บนเว็บไซต์ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะแสดงโครงสร้างราคาน้ำมัน ต้นทุน และภาษีแบบรายวัน เพื่อนำไปวิเคราะห์และวางแผนธุรกิจ
• ทางออกระยะยาว: ภาครัฐมีแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน เช่น น้ำมันไบโอดีเซล (B20) ที่มีราคาถูกกว่าปกติ รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
คุณศวิตา อักษรานุเคราะห์ (นักวิชาการขนส่งชำนาญการ กลุ่มพัฒนาและส่งเสริมการขนส่งสินค้า สำนักการขนส่งสินค้า กรมการขนส่งทางบก) : ผู้ให้มุมมองด้านมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ การยกระดับมาตรฐาน และการเตรียมพร้อมสู่อนาคต
• มาตรการช่วยเหลือและเครื่องมืออ้างอิง: กรมฯ มีมาตรการให้เงินสนับสนุนผู้ประกอบการที่นำรถออกวิ่งงานจริง (6,000 บาทสำหรับรถใหญ่ที่มี GPS และ 3,000 บาทสำหรับรถเล็ก) รวมถึงจัดทำ ดัชนีอ้างอิงต้นทุนการขนส่งสินค้า (DFCI) เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้เป็นเกณฑ์กลางในการเจรจาต่อรองค่าขนส่งกับผู้ว่าจ้างได้อย่างเป็นธรรม
• การยกระดับมาตรฐาน (Q-Mark) และระบบฟรีสำหรับรายย่อย: สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐาน Q-Mark เพื่อเพิ่มศักยภาพ และได้พัฒนาระบบ DLT TMS ให้ผู้ประกอบการรายเล็กใช้บริหารจัดการฟลีทรถได้ฟรี
• การเตรียมพร้อมสู่ Green Logistics: เน้นย้ำว่าผู้ประกอบการต้องเริ่ม "จัดเก็บข้อมูล" การดำเนินงานของตนเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการลดคาร์บอน (Carbon Footprint) และกฎหมายอากาศสะอาดในอนาคต ซึ่งจะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรับงานจากบริษัทใหญ่
ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ (ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย) : ผู้สะท้อนเสียงและปัญหาของผู้ประกอบการขนส่ง พร้อมให้แนวทางในการเอาตัวรอด
• ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน: ย้ำว่าในภาวะวิกฤต ผู้ประกอบการต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยการกลับมาบริหารจัดการต้นทุนภายในองค์กรให้รัดกุม และลดการขนส่งเที่ยวเปล่า (Backhaul)
• การผลักดันเชิงนโยบาย: เรียกร้องให้รัฐบาล ปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ โดยถอดต้นทุนแฝงต่างๆ ออก เพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงและเกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
• การปรับตัวและสร้างเครือข่าย: แนะนำให้ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวางแผนงาน และเน้นการสร้าง ภาคีเครือข่าย (Network) ระหว่างผู้ประกอบการเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พร้อมเตือนให้ระวังการก้าวกระโดดไปสู่เทคโนโลยี EV โดยที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม
คุณดุสิต เหมาะเจริญ (ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจองค์กร บริษัท ฮีโน่มอเตอร์เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด) : ผู้ให้มุมมองด้านเทคโนโลยียานยนต์และการดึงศักยภาพของ "รถ" และ "คน" ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
• การเลือกรถให้เหมาะกับงาน: เน้นย้ำว่าผู้ประกอบการมักมองข้ามเรื่องการเลือกรถและเครื่องยนต์ให้ตรงกับลักษณะงาน (เช่น งานวิ่งยาว หรืองานส่งของ) ซึ่งการเลือกรถใหม่ที่มีเทคโนโลยีสูง (เช่น ยูโร 5) จะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารถมือสองอย่างชัดเจน
• ความสำคัญของ "พนักงานขับรถ": ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างคนที่ "ขับเป็น" กับ "ขับดี" เทคโนโลยีรถยนต์เปลี่ยนไป เทคนิคการขับก็ต้องเปลี่ยนตาม
• การใช้ข้อมูลเพื่อปรับพฤติกรรม: แนะนำให้ใช้ระบบ Telematics (Hino Connect) เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ (เช่น การจอดติดเครื่องทิ้งไว้ หรือการเหยียบคันเร่ง) และส่งคนขับเข้าอบรม ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้ถึง 10-23%
คุณสัมฤทธิ์ บุญอมร (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี จำกัด) : ผู้ให้มุมมองด้านการใช้ข้อมูลอัจฉริยะ (Data & AI) เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการขนส่งแบบพลิกโฉม
• การสูญเสียพลังงานที่มองไม่เห็น: ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงว่า น้ำมันที่เราเติมเข้าไปกว่า 68% สูญเสียไปกับความร้อน ควันดำ และพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดวิธี มีเพียง 32% เท่านั้นที่ถูกนำไปใช้ขับเคลื่อนรถจริงๆ
• การใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อน (Digital Technology & AI): ยกตัวอย่างความสำเร็จในการใช้ระบบ TMS และ AI ในการจัดเส้นทาง (Routing and Optimization) ซึ่งสามารถทำงานแทนคนนับร้อยได้ในเวลาไม่กี่นาที ช่วยลดการใช้คน ลดการสูญเสีย และเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์จากรถ (Utilization) ได้อย่างมหาศาล
• การสร้างทิพยปัญญา (Wisdom) จากข้อมูล: เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนคนขับให้รักษาความเร็วใน "รอบเขียว" และลดการเหยียบคันเร่ง สามารถเปลี่ยนอัตรากินน้ำมันจาก 6 กม./ลิตร เป็น 8.8 กม./ลิตร ได้ทันที องค์กรในยุคนี้จึงต้องบริหารงานด้วย Intelligent Data เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสและลดต้นทุนได้ 10-30%
การจัดงานเสวนาออนไลน์ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด ในการเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนผู้ประกอบการขนส่งไทย ให้สามารถรับมือกับความท้าทายด้านต้นทุนพลังงานได้อย่างเป็นระบบ พร้อมยกระดับการบริหารจัดการฟลีทด้วยเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจขนส่งในอนาคต
Scroll to Top