ระบบบริหารจัดการยานพาหนะอัจฉริยะ และ TELAMATICS ติดตามรถจาก ONELINK
ยกระดับการบริหารฟลีทให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างกำไรให้ธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยี Telematics & Automotive Intelligence Platform ที่ช่วยให้คุณติดตามรถแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ ควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิง วางแผนการเดินรถ และเพิ่มความปลอดภัยได้จากระบบเดียว
ลงทะเบียนนัดหมายผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด เพื่อรับคำปรึกษา ทดลองชมการสาธิตระบบ และเลือกโซลูชัน GPS และ Telematics ที่เหมาะกับรูปแบบการดำเนินงานของธุรกิจคุณ
ไม่ว่าจะเป็นรถเพียงไม่กี่คันหรือฟลีทขนาดใหญ่ ONELINK พร้อมออกแบบแพ็กเกจให้ตอบโจทย์ทั้งด้านการควบคุมต้นทุน ประสิทธิภาพการขนส่ง และการบริหารยานพาหนะในระยะยาว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้าน Telematics มากกว่า 24ปี พร้อมทีมบริการครอบคลุมทั่วประเทศไทย ONELINK พร้อมดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษา การติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย






สำหรับลูกค้า! ต้องการตรวจ
ว่ารถของคุณต้องเปลี่ยนกี่คัน และต้องเปลี่ยนเมื่อไร?
ปรึกษาฟรี!
GPS รถขนส่งกำลังเปลี่ยนจากกล่องบันทึก เป็นกล่องที่พูดกับคนขับได้
กรมการขนส่งทางบกยกเลิกประกาศ GPS เดิม 9 ฉบับ แล้วเขียนขึ้นใหม่เป็น 2 ฉบับ พร้อมยกระดับให้ระบบสื่อสารสองทาง หรือที่เรียกกันว่า GPS 2 Way กรมฯ ส่งเงื่อนไขลงไปที่ตัวรถ และตัวเครื่องแจ้งเตือนคนขับเป็นข้อความเสียงได้ทันทีก่อนจะเกิดการกระทำความผิด หน้านี้เทียบให้เห็นทุกบรรทัดที่เปลี่ยน พร้อมค่าตั้งต้นการแจ้งเตือนและวันที่ต้องเริ่มใช้
ประกาศเก่า 9 ฉบับ ถูกยกเลิกทั้งชุด
ร่างใหม่ไม่ได้แก้เป็นรายข้อ แต่ยกเลิกของเดิมทั้งหมดแล้วเขียนขึ้นใหม่ กติกาที่เคยกระจายอยู่ 9 ฉบับตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2560 จึงถูกยุบเหลือ 2 ฉบับ
ฉบับที่ 1 ยกเลิก 4 ฉบับ
เรื่องคุณลักษณะและระบบการทำงานของเครื่อง
- คุณลักษณะฯ สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย พ.ศ. 2555
- คุณลักษณะฯ สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2557
- คุณลักษณะฯ สำหรับรถโดยสารมาตรฐาน 4 รถสองชั้น พ.ศ. 2558
- คุณลักษณะฯ สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่ง พ.ศ. 2558
ฉบับที่ 2 ยกเลิก 5 ฉบับ
เรื่องประเภทและลักษณะของรถที่ต้องติดตั้ง
- รถขนส่งผู้โดยสาร ที่ต้องติดก่อนจดทะเบียน พ.ศ. 2558
- รถขนส่งผู้โดยสาร ก่อนตรวจสภาพเพื่อต่ออายุทะเบียน พ.ศ. 2558
- รถขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ก่อนจดทะเบียน พ.ศ. 2558
- รถขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ก่อนตรวจสภาพเพื่อต่ออายุทะเบียน พ.ศ. 2558
- รถขนส่งผู้โดยสาร ก่อนตรวจสภาพเพื่อต่ออายุทะเบียน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560
จากระบบทางเดียว สู่ระบบสองทาง
ของเดิมข้อมูลไหลทางเดียว รถส่งพิกัดเข้าศูนย์แล้วจบ ของใหม่กรมฯ ส่งเงื่อนไขกลับลงไปที่ตัวรถได้ และตัวเครื่องต้องเปล่งเสียงเตือนคนขับก่อนที่ความผิดจะเกิดขึ้นจริง
- เส้นทางข้อมูล
- เครื่อง GPS ส่งขึ้น Vendor Server แล้ว Vendor ส่งต่อให้กรมการขนส่งทางบก
- บทบาทของกรมฯ
- รับข้อมูลมาตรวจสอบและกำกับดูแลย้อนหลัง
- สิ่งที่คนขับได้รับ
- ไม่มีอะไร นอกจากเสียงเตือนความเร็วจากตัวเครื่องเอง
- เส้นทางข้อมูล
- กรมฯ ส่งเงื่อนไขการแจ้งเตือน พื้นที่เฝ้าระวัง และเส้นทางเสี่ยง ให้ Vendor ผ่าน RESTful API จากนั้น Vendor ประมวลผลและสั่งเสียงเตือนลงตัวรถ แล้วรายงานผลกลับ
- บทบาทของกรมฯ
- กำหนดเงื่อนไขและค่าตั้งต้นทั้งหมด พร้อมดูสถานะการแจ้งเตือนย้อนหลัง 7 วันในระบบ GPS TMC
- สิ่งที่คนขับได้รับ
- ข้อความเสียงในห้องคนขับ เช่น คุณกำลังใช้ความเร็วเกิน หรือ คุณกำลังเข้าเส้นทางเสี่ยง
การแจ้งเตือนแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
- ใช้ความเร็วเกินกำหนด
- ขับเกินเวลา 4 ชั่วโมง เตือน 2 จังหวะ
- ทำงานเกิน 10 ชั่วโมง เตือน 2 จังหวะ
- ไม่แสดงตัวผู้ขับรถ ไม่รูดบัตร
- ก่อนเข้าเส้นทางเสี่ยง
- เมื่อเข้าเส้นทางเสี่ยง
- ขณะอยู่ในเส้นทางเสี่ยง
- เมื่อออกจากเส้นทางเสี่ยง
- ก่อนเข้าพื้นที่
- เมื่อเข้าพื้นที่
- ขณะอยู่ในพื้นที่
- เมื่อออกจากพื้นที่
คุณลักษณะตัวเครื่อง เทียบรายข้อ
ส่วนนี้กระทบผู้ผลิตและผู้ให้บริการระบบติดตามรถมากที่สุด เพราะสเปกหลายข้อขยับขึ้นจนอุปกรณ์รุ่นเดิมตามไม่ทัน โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่อง 4G ลำโพงเสียงเตือน และการอัปเดตชุดคำสั่งแบบไร้สาย
ตำแหน่งของรถในรูปแบบระบบพิกัดบนพื้นโลกและสถานที่ คลาดเคลื่อนในแนวราบ ไม่เกิน 20 เมตร
คลาดเคลื่อนในแนวราบ ไม่เกิน 10 เมตร จำเป็นสำหรับให้ระบบตัดสินได้แม่นว่ารถเข้าเขตเส้นทางเสี่ยงจริงหรือยัง
หน่วยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ละเอียดไม่เกิน 1 กม./ชม. และมีค่าความเร็วของรถในทุก ๆ 1 นาที
หน่วยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ละเอียดไม่เกิน 1 กม./ชม. ตัดเงื่อนไขรายนาทีออก เพราะข้อ (2) บังคับส่งถี่กว่านั้นอยู่แล้ว
ความละเอียด ไม่เกิน 1 นาที
ความละเอียด ไม่เกิน 1 วินาที ทำให้การนับชั่วโมงขับต่อเนื่อง 4 ชั่วโมงและ 10 ชั่วโมงแม่นระดับวินาที
บันทึกวันเวลาของข้อมูล
ไม่เปลี่ยนแปลง
ชื่อและนามสกุล หรือเลขที่ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ที่ได้จากระบบบ่งชี้ผู้ขับรถ
รหัสเลขที่ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ (Driver Identifier) ที่ได้จากระบบบ่งชี้ผู้ขับรถ เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งระบบ
ส่งข้อมูลการใช้งานของรถแบบเป็นปัจจุบัน ไม่น้อยกว่า 1 ครั้งใน 5 นาที โดยเครื่องโทรคมนาคมต้องผ่านการรับรองมาตรฐานตามกฎหมายโทรคมนาคมและประกาศ กสทช.
ส่งข้อมูล ไม่น้อยกว่า 1 ครั้งใน 15 วินาที เงื่อนไขการรับรองมาตรฐาน กสทช. คงเดิม
บันทึกไว้ที่เครื่องไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง สำหรับกรณีที่เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่ได้ในบางขณะ
บันทึกไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงเท่าเดิม และต้องส่งข้อมูลการใช้งานของรถทันทีเมื่อเชื่อมต่อโครงข่ายได้ ปิดช่องที่ข้อมูลช่วงอับสัญญาณหายไป
เชื่อมโยงข้อมูลจากใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ที่เป็นแบบแถบแม่เหล็ก หรือเชื่อมโยงจากข้อมูลอื่นตามที่กรมฯ กำหนด
ต้องสามารถอ่านข้อมูลจากใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถของกรมฯ หรือเชื่อมโยงจากข้อมูลอื่นตามที่กรมฯ กำหนด โดยตัดคำว่าแถบแม่เหล็กออก เปิดทางให้บัตรรุ่นใหม่และใบขับขี่ดิจิทัล
เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
- แจ้งเตือนเป็นตัวอักษร สัญญาณเสียง หรือสัญญาณอื่น ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 นาที
- หรือมีระบบป้องกันมิให้เครื่องยนต์ทำงานหรือรถเคลื่อนที่
ไม่มีทางเลือกอีกต่อไป ต้องแจ้งเตือนเป็นข้อความเสียงหากเครื่องยนต์ทำงานหรือรถเคลื่อนที่โดยคนขับยังไม่แสดงตน
- ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 นาที หรือจนกว่าจะหยุดเครื่องยนต์ หรือมีการแสดงตน
- หากเพิ่มการเตือนเป็นตัวอักษรหรือสัญญาณภาพ ต้องไม่รบกวนผู้ขับรถขณะขับขี่
มีระบบบันทึกและส่งข้อมูลการใช้งานของรถ กรณีผู้ขับรถมิได้แสดงตนผ่านอุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถ
ไม่เปลี่ยนแปลง
มีระบบแจ้งการปลดหรือถอดเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ และมีระบบสำรองพลังงานให้ส่งข้อมูลต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง
มีระบบแจ้งการปลดสายไฟ ถอดสายไฟ สายไฟขาด หรือถอดเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ โดยร่างฉบับนี้ไม่ได้เขียนข้อกำหนดสำรองพลังงาน 4 ชั่วโมงไว้เป็นข้อแยกอีกต่อไป
ไม่มีข้อกำหนดนี้
ต้องแจ้งเตือนคนขับเป็นข้อความเสียง จากระบบของผู้ให้บริการระบบติดตามรถ หรือจากตัวเครื่องเอง ภายในเวลาไม่เกิน 5 วินาที ตามเงื่อนไขและชุดคำสั่งข้อมูลตามรูปแบบที่กรมฯ กำหนด
ไม่มีข้อกำหนดนี้
ต้องมีลำโพงหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้เสียงสัญญาณ ที่มีเสียงดังพอสมควรสำหรับแจ้งเตือนผู้ขับรถในขณะขับรถ
ไม่ได้ระบุยุคของเครือข่าย อุปกรณ์ที่ใช้ 2G จึงยังผ่าน
โครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นเทคโนโลยีการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยุคที่ 4 หรือ 4G ขึ้นไป
ไม่มีข้อกำหนดนี้ การเปลี่ยนเงื่อนไขต้องเข้าถึงตัวเครื่อง
ต้องมีระบบปรับปรุงเงื่อนไขและชุดคำสั่งข้อมูลแบบไร้สายผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม นี่คือกลไกที่ทำให้กรมฯ อัปเดตโซนเสี่ยงและค่าตั้งต้นได้โดยไม่ต้องเรียกรถเข้าศูนย์
ต้องทำงานตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงานหรือรถเคลื่อนที่
ไม่เปลี่ยนแปลง
ชุดข้อมูลที่ต้องส่งเข้ากรมฯ
กรอบเดิมยังอยู่ คือส่งแบบเป็นปัจจุบันผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมหรือระบบสารสนเทศ ตามรูปแบบและเงื่อนไขท้ายประกาศ แต่รายการข้อมูลถูกขยายใน 3 ส่วน
- วัน เวลา
- ความเร็ว
- ตำแหน่งพิกัด
- สถานะของเครื่องยนต์
- สถานะของสัญญาณ GPS Fix Status
- สถานะของข้อมูล Data status
- ลำดับของข้อมูล Record Sequence Number
ของเดิมทั้งหมด และเพิ่ม
- ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล (Altitude)
- ทิศทางการเดินทาง (Course)
- จำนวนดาวเทียมที่ติดตาม
- สถานะการใช้อุปกรณ์รบกวนสัญญาณ ตรวจจับ jammer เพื่อป้องกันการทุจริตตัดสัญญาณ GPS
ส่งเพียงรหัสเลขที่ใบอนุญาตขับรถ
ส่งในรูปแบบ Driver Identifier ที่ถอดรายละเอียดออกมาได้
- ประเภทใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ
- ชนิดใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ
- เพศของผู้ขับรถ
- หมายเลขใบอนุญาต และปีที่ออก
- จังหวัดที่ออกใบอนุญาต
- สาขาหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต
ไม่มีข้อกำหนดนี้
เมื่อเครื่องแจ้งเตือนคนขับตามเงื่อนไขที่กรมฯ กำหนดแล้ว ต้องส่งสถานะกลับมาด้วย ตามท้ายประกาศมี 8 สถานะ
- ความเร็วเกินกำหนด
- ไม่แสดงตัวผู้ขับรถ
- ใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถผิดประเภท
- ทำงานเกินกว่า 4 ชั่วโมง และเกินกว่า 10 ชั่วโมง
- ก่อนเข้า เมื่อเข้า และเมื่อออก จากพื้นที่หรือเส้นทางเสี่ยง
เงื่อนไขและค่าตั้งต้นของการแจ้งเตือน
ค่าเหล่านี้กรมฯ เป็นผู้กำหนดและส่งให้ผู้ให้บริการ GPS ผ่าน API ไม่ใช่ค่าที่ผู้ประกอบการตั้งเอง ตัวเลขด้านล่างคือค่าตั้งต้นตามเอกสารกระบวนการเชื่อมต่อข้อมูล ฉบับ 4 กันยายน 2569
กลุ่มที่ 1 เตือนก่อนเกิดการกระทำความผิด
| กรณี | เงื่อนไขจุดเตือน | ข้อความเสียง | เงื่อนไขรีเซ็ต |
|---|---|---|---|
| ความเร็วเกิน | ความเร็วมากกว่าหรือเท่ากับ 90 กม./ชม. ในรายการแรกที่เจอ เตือน 1 ครั้ง | คุณกำลังใช้ความเร็วเกิน | ความเร็วลดต่ำกว่า 90 กม./ชม. |
| ไม่แสดงตัวตน | รถเคลื่อนที่ตั้งแต่ 30 กม./ชม. ขึ้นไป และไม่รูดบัตรนานเกิน 7 นาที | คุณยังไม่ได้รูดบัตร | ความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม. หรือ Driver ID ถูกต้อง |
| ขับเกิน 4 ชั่วโมง | เตือนครั้งที่ 1 ที่ 3 ชม. 30 นาที และครั้งที่ 2 ที่ 3 ชม. 45 นาที | คุณกำลังขับรถเกินเวลา | หยุดพักต่อเนื่องตั้งแต่ 30 นาที หรือเปลี่ยนคนขับเกิน 5 นาที |
| ทำงานเกิน 10 ชั่วโมง | เตือนครั้งที่ 1 ที่ 9 ชม. 30 นาที และครั้งที่ 2 ที่ 9 ชม. 45 นาที | คุณกำลังขับรถเกินเวลา | พักรวมกันตั้งแต่ 8 ชั่วโมง หรือเปลี่ยนคนขับเกิน 5 นาที |
เลื่อนตารางไปทางขวาเพื่อดูคอลัมน์ที่เหลือบนหน้าจอขนาดเล็ก
กลุ่มที่ 2 และ 3 เส้นทางเสี่ยงและพื้นที่เฝ้าระวัง
| จังหวะการเตือน | เส้นทางเสี่ยง | พื้นที่เฝ้าระวังหรือ Checking Point |
|---|---|---|
| ก่อนเข้า | รัศมี 2 กิโลเมตร จากทุกพิกัดของเส้นทาง คุณกำลังเข้าเส้นทางเสี่ยง |
รัศมี 3 กิโลเมตร จากจุดศูนย์กลาง คุณกำลังเข้าพื้นที่เฝ้าระวัง |
| เมื่อเข้า | รัศมี 10 เมตร จากพิกัดเส้นทาง คุณอยู่ในเส้นทางเสี่ยง |
รัศมี 1 กิโลเมตร จากจุดศูนย์กลาง คุณอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง |
| ขณะอยู่ภายใน | เตือนซ้ำทุก 1 กิโลเมตร ตั้งค่าเป็น 0 เพื่อปิดการเตือนซ้ำได้ | เตือนซ้ำทุก 1 กิโลเมตร ตั้งค่าเป็น 0 เพื่อปิดการเตือนซ้ำได้ |
| เมื่อออก | เตือน 1 ครั้ง คุณได้ออกจากเส้นทางเสี่ยงแล้ว |
เตือน 1 ครั้ง คุณได้ออกจากพื้นที่เฝ้าระวังแล้ว |
| ขอบเขตปัจจุบัน | 7 เส้นทาง คัดจากถนนที่มีความลาดชันและคดโค้งตามเกณฑ์ | 28 จุด เช่น พื้นที่อุทกภัย พื้นที่แผ่นดินไหว จุดตรวจ จุดพักรถ |
การรับรองอุปกรณ์ และหน้าที่ผู้ให้บริการ
กระบวนการขอรับรองรุ่นอุปกรณ์โดยรวมยังเหมือนเดิม แต่ลำดับขั้นตอนถูกสลับ และมีหน้าที่ของผู้ให้บริการระบบติดตามรถเพิ่มเข้ามา
ยื่นคำขอรับรองที่สำนักวิศวกรรมยานยนต์ แล้วจึงดำเนินการเชื่อมต่อข้อมูล เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยกรมฯ จึงออกหนังสือรับรอง
ต้องติดต่อศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อขอ Vendor Identifier และ GPS Unit Identifier พร้อมทดสอบเชื่อมต่อข้อมูลให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะยื่นคำขอรับรองได้ และต้องแนบผลการตรวจสอบเชื่อมต่อเป็นเอกสารประกอบ
ลำดับงานของผู้ให้บริการ GPS
- ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ และขอรหัส Vendor Identifier จากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมรับ API Spec และ Key
- ทดสอบเชื่อมต่อข้อมูล ตามเงื่อนไขและชุดคำสั่งข้อมูลที่กรมฯ กำหนดให้แล้วเสร็จ
- ยื่นคำขอรับรองรุ่นอุปกรณ์ ที่สำนักวิศวกรรมยานยนต์ พร้อมเอกสาร 8 รายการ รวมถึงใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ใบรับรองเครื่องโทรคมนาคม ข้อกำหนดทางเทคนิค คู่มือใช้งาน และผลการตรวจสอบเชื่อมต่อ
- รับหนังสือรับรอง การเป็นผู้ให้บริการระบบติดตามรถและรับรองตัวเครื่อง
- อัปเดต Master File ข้อมูลกล่อง GPS ซึ่งเพิ่มช่องผู้ให้บริการเครือข่ายคมนาคมและเทคโนโลยีโครงข่าย เช่น 4G หรือ 5G
- รับเงื่อนไขการแจ้งเตือนและส่งข้อมูลกลับ ทั้ง Real-time GPS Data และ Notification Event ตามรูปแบบที่กำหนด
หมายเลขการรับรอง ชนิดและแบบ หมายเลขเครื่อง เลขทะเบียนรถและหมายเลขคัสซี และชื่อผู้ให้บริการ
รายการเท่าเดิม และเพิ่มความชัดเรื่องตำแหน่งติดตั้งเครื่องหมาย ต้องติดที่ตัวเครื่อง บริเวณใกล้เคียง หรือภายในห้องผู้ขับรถ ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน ไม่ลบเลือน
เมื่อติดตั้งเครื่องให้ผู้ประกอบการขนส่งรายใดแล้ว ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กำหนด
แจกแจงเป็น 5 ข้อชัดเจน
- ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การติดตั้ง การเก็บข้อมูล และการส่งข้อมูลที่กรมฯ กำหนด
- ติดเครื่องหมายการรับรองในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน
- จัดเก็บข้อมูลการใช้งานของรถไว้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน และส่งให้กรมฯ เมื่อมีการร้องขอ
- ส่งข้อมูลการติดตั้ง เปลี่ยน ถอด หรือยกเลิกการใช้เครื่อง เป็นรายงานประจำเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และในรูปแบบ Master File
- ส่งข้อมูลการใช้งานของรถแบบเรียลไทม์ตามรูปแบบท้ายประกาศ
รถที่ต้องติดตั้ง จุดที่ขยายกว้างที่สุด
เกณฑ์รถบรรทุกเปลี่ยนวิธีนับ จากเดิมที่พูดถึงจำนวนล้อ มาเป็นการระบุลักษณะรถ จำนวนเพลา กงล้อ และจำนวนยาง ส่วนรถโดยสารถูกเขียนใหม่ให้อ้างอิงหมวดเส้นทางแทนการพูดรวม ๆ ว่ารถโดยสารสาธารณะ
รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร
- รถโดยสารสาธารณะทุกประเภท
- รถตู้โดยสาร
- ยกเว้นรถสองแถว และรถโดยสารหมวด 4 ที่วิ่งภายในจังหวัดในส่วนภูมิภาค
- รถขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 4 รถสองชั้น
- ประเภทการขนส่งประจำทาง ในเส้นทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร เส้นทางหมวด 2 และหมวด 3
- ประเภทการขนส่งไม่ประจำทาง
- รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 4 คือรถบรรทุกวัตถุอันตราย ถูกจัดมาอยู่กลุ่มแรกร่วมกับรถโดยสาร
- ข้อยกเว้น รถที่จัดวางที่นั่งเป็นลักษณะสองแถว ไม่เข้าข่ายทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง
รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ
- รถลากจูง
- รถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป
- รถบรรทุกวัตถุอันตราย
- ลักษณะ 1, 2, 3 และ 5 ที่มีจำนวนเพลาล้อ กงล้อและยาง ตั้งแต่ 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้นขึ้นไป
- ลักษณะ 9 คือรถลากจูง
กำหนดเวลาที่ต้องจำ
ร่างระบุว่าประกาศให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป แต่ภาระของแต่ละฝ่ายทยอยมีผลตามช่วงเวลาด้านล่าง
วันสุดท้ายของการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศทั้ง 2 ฉบับ ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย
วันสุดท้ายที่ผู้ให้บริการยื่นคำขอรับรองอุปกรณ์ตามมาตรฐานประกาศฉบับเก่าทั้ง 4 ฉบับได้ หลังจากนี้การรับรองใหม่ต้องเป็นไปตามประกาศ พ.ศ. 2569 เท่านั้น
สองเรื่องพร้อมกัน หนึ่ง รถโดยสารตามข้อ 2 และรถบรรทุกวัตถุอันตรายลักษณะ 4 ที่จดทะเบียนครั้งแรกหรือเปลี่ยนเครื่อง GPS ต้องใช้อุปกรณ์ตามมาตรฐานใหม่ สอง อุปกรณ์รุ่นเดิมที่ติดตั้งอยู่ในรถโดยสารทั้งหมด ผู้ให้บริการต้องเริ่มส่งข้อมูลเข้าศูนย์ ไม่น้อยกว่า 1 ครั้งใน 15 วินาที
เช่นเดียวกันสำหรับฝั่งรถบรรทุก รถขนส่งสัตว์หรือสิ่งของตามข้อ 3 ที่จดทะเบียนครั้งแรกหรือเปลี่ยนเครื่อง ต้องใช้อุปกรณ์ตามมาตรฐานใหม่ และอุปกรณ์รุ่นเดิมที่ติดตั้งอยู่ ต้องเริ่มส่งข้อมูลทุก 15 วินาทีเช่นกัน
สิ่งที่ควรทำตั้งแต่ตอนนี้
แยกตามบทบาท เพื่อไม่ให้ตกหล่นตอนถึงรอบจดทะเบียนหรือเปลี่ยนอุปกรณ์
เจ้าของรถและผู้ประกอบการขนส่ง
- ตรวจลักษณะรถในใบคู่มือจดทะเบียน ว่าเป็นลักษณะ 1, 2, 3, 5 หรือ 9 และมีกี่เพลา กี่เส้นยาง โดยเฉพาะรถ 6 ล้อสามเพลาที่เดิมไม่เคยเข้าข่าย
- ถามผู้ให้บริการ GPS ที่ใช้อยู่ ว่าจะปรับระบบให้ส่งทุก 15 วินาทีได้ทันกำหนดหรือไม่ และจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า เพราะข้อนี้มีผลกับรถเก่าที่ติดตั้งไว้แล้วด้วย
- เช็กว่ากล่องรุ่นที่จะซื้อผ่านการรับรองตามประกาศ พ.ศ. 2569 แล้วหรือยัง ดูได้จากเครื่องหมายการรับรองที่ต้องติดในตำแหน่งที่เห็นชัดเจน
- เตรียมกระบวนการให้คนขับรูดบัตรทุกครั้ง เพราะร่างใหม่ตัดทางเลือกล็อกเครื่องยนต์ออก แต่บังคับให้มีเสียงเตือนดังต่อเนื่องอย่างน้อย 10 นาทีแทน และสถานะไม่แสดงตัวตนจะถูกส่งเข้าศูนย์
- ทบทวนแผนเดินรถและชั่วโมงขับ เพราะระบบจะเตือนอัตโนมัติที่ 3 ชั่วโมง 30 นาที และ 9 ชั่วโมง 30 นาที พร้อมบันทึกไว้ทุกครั้ง
- สำรวจว่าเส้นทางประจำของคุณตัดผ่านเส้นทางเสี่ยง 7 เส้นหรือจุดเฝ้าระวัง 28 จุดหรือไม่ เพื่อเตรียมคนขับไม่ให้ตกใจกับเสียงเตือนที่จะดังขึ้นมา
ผู้ให้บริการระบบติดตามรถ
- ประเมินฮาร์ดแวร์รุ่นปัจจุบัน ว่ารองรับ 4G ความแม่นยำ 10 เมตร ลำโพงเสียงเตือน และการอัปเดตชุดคำสั่งแบบไร้สายหรือไม่ ถ้าไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่ง ต้องออกรุ่นใหม่
- ประเมินภาระเซิร์ฟเวอร์ การส่งจากทุก 5 นาทีเป็นทุก 15 วินาที คือปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นราว 20 เท่า และต้องเก็บย้อนหลังไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- ขอ Vendor Identifier และทดสอบเชื่อมต่อให้เสร็จก่อน เพราะร่างใหม่กำหนดให้ทำขั้นตอนนี้ก่อนยื่นคำขอรับรอง ไม่ใช่หลัง
- พัฒนาฝั่งรับ API เงื่อนไขการแจ้งเตือน ทั้งข้อมูลพื้นที่เฝ้าระวัง เส้นทางเสี่ยง เงื่อนไขการประมวลผล และไฟล์เสียงแจ้งเตือน
- พัฒนาฝั่งส่ง Notification Event กลับเข้ากรมฯ พร้อมข้อมูลพิกัด รหัสจังหวัด ชื่อจุดเสี่ยง ความเร็ว และเวลาที่เกิดเหตุ
- ยื่นคำขอรับรองตามมาตรฐานเดิมให้ทันภายใน 31 ธันวาคม 2569 หากยังมีรุ่นที่ต้องการรับรองตามเกณฑ์เก่า
ที่มาของข้อมูลและข้อจำกัด
เนื้อหาบนหน้านี้สรุปจากเอกสารของกรมการขนส่งทางบก 4 ชุด ได้แก่ ร่างประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะและระบบการทำงานของเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถที่ใช้ในการขนส่ง พ.ศ. ..., ร่างประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ พ.ศ. ..., เอกสารนำเสนอของสำนักวิศวกรรมยานยนต์ เดือนกันยายน 2569 และเอกสารกระบวนการเชื่อมต่อข้อมูล GPS ในรูปแบบ 2 ทาง ลงวันที่ 4 กันยายน 2569
เอกสารทั้งหมดยังมีสถานะเป็นร่าง อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ถ้อยคำ ตัวเลขค่าตั้งต้น และกำหนดเวลาบางส่วนอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อประกาศจริงลงราชกิจจานุเบกษา ก่อนนำไปใช้ตัดสินใจจัดซื้ออุปกรณ์ วางแผนกองรถ หรือพัฒนาระบบ ควรตรวจสอบฉบับที่บังคับใช้จริง ที่เว็บไซต์สำนักกฎหมาย กรมการขนส่งทางบก หรือสอบถามศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS โทร 0-2271-8888 ต่อ 1250 ถึง 1253
รายละเอียดเชิงเทคนิคสำหรับผู้ให้บริการ เช่น โครงสร้าง JSON ของ Real-time GPS Data และ Notification Event ชื่อฟิลด์ ช่วงค่า และรูปแบบ API อยู่ในคู่มือการเชื่อมต่อข้อมูล GPS ฉบับเต็มของกรมฯ หน้านี้สรุปเฉพาะสาระที่กระทบการตัดสินใจของผู้ประกอบการ
หน้านี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมาย
ระบบบริหารจัดการยานพาหนะอัจฉริยะ และ TELAMATICS ติดตามรถจาก ONELINK
ยกระดับการบริหารฟลีทให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างกำไรให้ธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยี Telematics & Automotive Intelligence Platform ที่ช่วยให้คุณติดตามรถแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ ควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิง วางแผนการเดินรถ และเพิ่มความปลอดภัยได้จากระบบเดียว
ลงทะเบียนนัดหมายผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด เพื่อรับคำปรึกษา ทดลองชมการสาธิตระบบ และเลือกโซลูชัน GPS และ Telematics ที่เหมาะกับรูปแบบการดำเนินงานของธุรกิจคุณ
ไม่ว่าจะเป็นรถเพียงไม่กี่คันหรือฟลีทขนาดใหญ่ ONELINK พร้อมออกแบบแพ็กเกจให้ตอบโจทย์ทั้งด้านการควบคุมต้นทุน ประสิทธิภาพการขนส่ง และการบริหารยานพาหนะในระยะยาว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้าน Telematics มากกว่า 24ปี พร้อมทีมบริการครอบคลุมทั่วประเทศไทย ONELINK พร้อมดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษา การติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย





