ระบบบริหารจัดการยานพาหนะอัจฉริยะ และ TELAMATICS ติดตามรถจาก ONELINK

ยกระดับการบริหารฟลีทให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างกำไรให้ธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยี Telematics & Automotive Intelligence Platform ที่ช่วยให้คุณติดตามรถแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ ควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิง วางแผนการเดินรถ และเพิ่มความปลอดภัยได้จากระบบเดียว

ลงทะเบียนนัดหมายผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด เพื่อรับคำปรึกษา ทดลองชมการสาธิตระบบ และเลือกโซลูชัน GPS และ Telematics ที่เหมาะกับรูปแบบการดำเนินงานของธุรกิจคุณ

ไม่ว่าจะเป็นรถเพียงไม่กี่คันหรือฟลีทขนาดใหญ่ ONELINK พร้อมออกแบบแพ็กเกจให้ตอบโจทย์ทั้งด้านการควบคุมต้นทุน ประสิทธิภาพการขนส่ง และการบริหารยานพาหนะในระยะยาว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้าน Telematics มากกว่า 24ปี พร้อมทีมบริการครอบคลุมทั่วประเทศไทย ONELINK พร้อมดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษา การติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย

สำหรับลูกค้า! ต้องการตรวจ
ว่ารถของคุณต้องเปลี่ยนกี่คัน และต้องเปลี่ยนเมื่อไร?
ปรึกษาฟรี!

ขอใบเสนอราคา
ร่างประกาศกรมการขนส่งทางบก · สำนักวิศวกรรมยานยนต์ · กันยายน 2569

GPS รถขนส่งกำลังเปลี่ยนจากกล่องบันทึก เป็นกล่องที่พูดกับคนขับได้

กรมการขนส่งทางบกยกเลิกประกาศ GPS เดิม 9 ฉบับ แล้วเขียนขึ้นใหม่เป็น 2 ฉบับ พร้อมยกระดับให้ระบบสื่อสารสองทาง หรือที่เรียกกันว่า GPS 2 Way กรมฯ ส่งเงื่อนไขลงไปที่ตัวรถ และตัวเครื่องแจ้งเตือนคนขับเป็นข้อความเสียงได้ทันทีก่อนจะเกิดการกระทำความผิด หน้านี้เทียบให้เห็นทุกบรรทัดที่เปลี่ยน พร้อมค่าตั้งต้นการแจ้งเตือนและวันที่ต้องเริ่มใช้

ร่างประกาศ 2 ฉบับ ลงนามโดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก รับฟังความคิดเห็นถึง 27 กันยายน 2569 เริ่มบังคับ 1 มกราคม 2570
ความถี่ส่งข้อมูลเรียลไทม์
1 ครั้งใน 5 นาที
1 ครั้งใน 15 วินาที
ความคลาดเคลื่อนพิกัดแนวราบ
ไม่เกิน 20 เมตร
ไม่เกิน 10 เมตร
ความละเอียดชั่วโมงขับรถ
ไม่เกิน 1 นาที
ไม่เกิน 1 วินาที
การสื่อสารกับตัวรถ
ทางเดียว รถส่งออกอย่างเดียว
สองทาง เตือนคนขับด้วยเสียง
ข้อ 1

ประกาศเก่า 9 ฉบับ ถูกยกเลิกทั้งชุด

ร่างใหม่ไม่ได้แก้เป็นรายข้อ แต่ยกเลิกของเดิมทั้งหมดแล้วเขียนขึ้นใหม่ กติกาที่เคยกระจายอยู่ 9 ฉบับตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2560 จึงถูกยุบเหลือ 2 ฉบับ

ฉบับที่ 1 ยกเลิก 4 ฉบับ

เรื่องคุณลักษณะและระบบการทำงานของเครื่อง

  • คุณลักษณะฯ สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย พ.ศ. 2555
  • คุณลักษณะฯ สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2557
  • คุณลักษณะฯ สำหรับรถโดยสารมาตรฐาน 4 รถสองชั้น พ.ศ. 2558
  • คุณลักษณะฯ สำหรับรถที่ใช้ในการขนส่ง พ.ศ. 2558

ฉบับที่ 2 ยกเลิก 5 ฉบับ

เรื่องประเภทและลักษณะของรถที่ต้องติดตั้ง

  • รถขนส่งผู้โดยสาร ที่ต้องติดก่อนจดทะเบียน พ.ศ. 2558
  • รถขนส่งผู้โดยสาร ก่อนตรวจสภาพเพื่อต่ออายุทะเบียน พ.ศ. 2558
  • รถขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ก่อนจดทะเบียน พ.ศ. 2558
  • รถขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ ก่อนตรวจสภาพเพื่อต่ออายุทะเบียน พ.ศ. 2558
  • รถขนส่งผู้โดยสาร ก่อนตรวจสภาพเพื่อต่ออายุทะเบียน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560
เหตุผลที่กรมฯ ระบุไว้ในร่าง เพื่อพัฒนาคุณลักษณะและระบบการทำงานของเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ ให้สามารถแจ้งเตือนผู้ขับรถด้วยข้อความเสียง อันจะช่วยให้ผู้ขับรถได้รับทราบ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถได้อย่างทันท่วงที ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม กำกับ ดูแลการใช้รถ และส่งเสริมความปลอดภัยในการขนส่ง
แนวคิดหลัก

จากระบบทางเดียว สู่ระบบสองทาง

ของเดิมข้อมูลไหลทางเดียว รถส่งพิกัดเข้าศูนย์แล้วจบ ของใหม่กรมฯ ส่งเงื่อนไขกลับลงไปที่ตัวรถได้ และตัวเครื่องต้องเปล่งเสียงเตือนคนขับก่อนที่ความผิดจะเกิดขึ้นจริง

ระบบเดิม ทางเดียว
ตามประกาศ พ.ศ. 2555 ถึง 2558
เส้นทางข้อมูล
เครื่อง GPS ส่งขึ้น Vendor Server แล้ว Vendor ส่งต่อให้กรมการขนส่งทางบก
บทบาทของกรมฯ
รับข้อมูลมาตรวจสอบและกำกับดูแลย้อนหลัง
สิ่งที่คนขับได้รับ
ไม่มีอะไร นอกจากเสียงเตือนความเร็วจากตัวเครื่องเอง
ระบบใหม่ สองทาง
ตามร่างประกาศ พ.ศ. 2569
เส้นทางข้อมูล
กรมฯ ส่งเงื่อนไขการแจ้งเตือน พื้นที่เฝ้าระวัง และเส้นทางเสี่ยง ให้ Vendor ผ่าน RESTful API จากนั้น Vendor ประมวลผลและสั่งเสียงเตือนลงตัวรถ แล้วรายงานผลกลับ
บทบาทของกรมฯ
กำหนดเงื่อนไขและค่าตั้งต้นทั้งหมด พร้อมดูสถานะการแจ้งเตือนย้อนหลัง 7 วันในระบบ GPS TMC
สิ่งที่คนขับได้รับ
ข้อความเสียงในห้องคนขับ เช่น คุณกำลังใช้ความเร็วเกิน หรือ คุณกำลังเข้าเส้นทางเสี่ยง

การแจ้งเตือนแบ่งเป็น 3 กลุ่ม

1. ก่อนเกิดการกระทำความผิด
  • ใช้ความเร็วเกินกำหนด
  • ขับเกินเวลา 4 ชั่วโมง เตือน 2 จังหวะ
  • ทำงานเกิน 10 ชั่วโมง เตือน 2 จังหวะ
  • ไม่แสดงตัวผู้ขับรถ ไม่รูดบัตร
2. การเข้าเส้นทางเสี่ยง
  • ก่อนเข้าเส้นทางเสี่ยง
  • เมื่อเข้าเส้นทางเสี่ยง
  • ขณะอยู่ในเส้นทางเสี่ยง
  • เมื่อออกจากเส้นทางเสี่ยง
3. พื้นที่เฝ้าระวังหรือ Checking Point
  • ก่อนเข้าพื้นที่
  • เมื่อเข้าพื้นที่
  • ขณะอยู่ในพื้นที่
  • เมื่อออกจากพื้นที่
ขอบเขตพื้นที่ที่กำหนดไว้แล้ว เส้นทางเสี่ยงคือจุดพิกัด Polyline ต่อเนื่องเป็นเส้นทาง คัดจากถนนที่มีความลาดชันและคดโค้งตามเกณฑ์ ปัจจุบันมี 7 เส้นทาง ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่ Checking Point เช่น พื้นที่อุทกภัย จุดตรวจ จุดพักรถ ปัจจุบันมี 28 จุด ทั้งสองชุดกรมฯ อัปเดตเพิ่มได้ผ่าน API โดยไม่ต้องเรียกรถเข้าศูนย์
ข้อ 4 และ 5

คุณลักษณะตัวเครื่อง เทียบรายข้อ

ส่วนนี้กระทบผู้ผลิตและผู้ให้บริการระบบติดตามรถมากที่สุด เพราะสเปกหลายข้อขยับขึ้นจนอุปกรณ์รุ่นเดิมตามไม่ทัน โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่อง 4G ลำโพงเสียงเตือน และการอัปเดตชุดคำสั่งแบบไร้สาย

4 (1) ก ความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งพิกัดแนวราบ เข้มขึ้นเท่าตัว
เดิม

ตำแหน่งของรถในรูปแบบระบบพิกัดบนพื้นโลกและสถานที่ คลาดเคลื่อนในแนวราบ ไม่เกิน 20 เมตร

ใหม่

คลาดเคลื่อนในแนวราบ ไม่เกิน 10 เมตร จำเป็นสำหรับให้ระบบตัดสินได้แม่นว่ารถเข้าเขตเส้นทางเสี่ยงจริงหรือยัง

4 (1) ข ค่าความเร็วของรถ ตัดข้อความออก
เดิม

หน่วยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ละเอียดไม่เกิน 1 กม./ชม. และมีค่าความเร็วของรถในทุก ๆ 1 นาที

ใหม่

หน่วยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ละเอียดไม่เกิน 1 กม./ชม. ตัดเงื่อนไขรายนาทีออก เพราะข้อ (2) บังคับส่งถี่กว่านั้นอยู่แล้ว

4 (1) ค จำนวนชั่วโมงการขับรถ เข้มขึ้น 60 เท่า
เดิม

ความละเอียด ไม่เกิน 1 นาที

ใหม่

ความละเอียด ไม่เกิน 1 วินาที ทำให้การนับชั่วโมงขับต่อเนื่อง 4 ชั่วโมงและ 10 ชั่วโมงแม่นระดับวินาที

4 (1) ง วันเวลาที่บันทึกข้อมูล คงเดิม
เดิม

บันทึกวันเวลาของข้อมูล

ใหม่

ไม่เปลี่ยนแปลง

4 (1) จ ข้อมูลระบุตัวผู้ขับรถ เปลี่ยนรูปแบบ
เดิม

ชื่อและนามสกุล หรือเลขที่ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ที่ได้จากระบบบ่งชี้ผู้ขับรถ

ใหม่

รหัสเลขที่ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ (Driver Identifier) ที่ได้จากระบบบ่งชี้ผู้ขับรถ เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งระบบ

4 (2) ความถี่ในการส่งข้อมูลเรียลไทม์ เข้มขึ้น 20 เท่า
เดิม

ส่งข้อมูลการใช้งานของรถแบบเป็นปัจจุบัน ไม่น้อยกว่า 1 ครั้งใน 5 นาที โดยเครื่องโทรคมนาคมต้องผ่านการรับรองมาตรฐานตามกฎหมายโทรคมนาคมและประกาศ กสทช.

ใหม่

ส่งข้อมูล ไม่น้อยกว่า 1 ครั้งใน 15 วินาที เงื่อนไขการรับรองมาตรฐาน กสทช. คงเดิม

4 (3) การบันทึกข้อมูลไว้ในเครื่องเมื่อขาดสัญญาณ เพิ่มเงื่อนไข
เดิม

บันทึกไว้ที่เครื่องไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง สำหรับกรณีที่เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่ได้ในบางขณะ

ใหม่

บันทึกไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงเท่าเดิม และต้องส่งข้อมูลการใช้งานของรถทันทีเมื่อเชื่อมต่อโครงข่ายได้ ปิดช่องที่ข้อมูลช่วงอับสัญญาณหายไป

4 (4) ระบบบ่งชี้ผู้ขับรถ เปิดกว้างขึ้น
เดิม

เชื่อมโยงข้อมูลจากใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ที่เป็นแบบแถบแม่เหล็ก หรือเชื่อมโยงจากข้อมูลอื่นตามที่กรมฯ กำหนด

ใหม่

ต้องสามารถอ่านข้อมูลจากใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถของกรมฯ หรือเชื่อมโยงจากข้อมูลอื่นตามที่กรมฯ กำหนด โดยตัดคำว่าแถบแม่เหล็กออก เปิดทางให้บัตรรุ่นใหม่และใบขับขี่ดิจิทัล

4 (5) กรณีคนขับไม่แสดงตนก่อนออกรถ ตัดทางเลือกล็อกเครื่องยนต์
เดิม

เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

  • แจ้งเตือนเป็นตัวอักษร สัญญาณเสียง หรือสัญญาณอื่น ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 นาที
  • หรือมีระบบป้องกันมิให้เครื่องยนต์ทำงานหรือรถเคลื่อนที่
ใหม่

ไม่มีทางเลือกอีกต่อไป ต้องแจ้งเตือนเป็นข้อความเสียงหากเครื่องยนต์ทำงานหรือรถเคลื่อนที่โดยคนขับยังไม่แสดงตน

  • ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 นาที หรือจนกว่าจะหยุดเครื่องยนต์ หรือมีการแสดงตน
  • หากเพิ่มการเตือนเป็นตัวอักษรหรือสัญญาณภาพ ต้องไม่รบกวนผู้ขับรถขณะขับขี่
4 (6) บันทึกและส่งข้อมูลกรณีไม่แสดงตน คงเดิม
เดิม

มีระบบบันทึกและส่งข้อมูลการใช้งานของรถ กรณีผู้ขับรถมิได้แสดงตนผ่านอุปกรณ์บ่งชี้ผู้ขับรถ

ใหม่

ไม่เปลี่ยนแปลง

4 (7) การแจ้งเมื่อถูกปลดหรือถอดอุปกรณ์ ระบุกรณีให้ครบขึ้น
เดิม

มีระบบแจ้งการปลดหรือถอดเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ และมีระบบสำรองพลังงานให้ส่งข้อมูลต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง

ใหม่

มีระบบแจ้งการปลดสายไฟ ถอดสายไฟ สายไฟขาด หรือถอดเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ โดยร่างฉบับนี้ไม่ได้เขียนข้อกำหนดสำรองพลังงาน 4 ชั่วโมงไว้เป็นข้อแยกอีกต่อไป

4 (8) ระบบแจ้งเตือนผู้ขับรถเป็นข้อความเสียง ของใหม่
เดิม

ไม่มีข้อกำหนดนี้

ใหม่

ต้องแจ้งเตือนคนขับเป็นข้อความเสียง จากระบบของผู้ให้บริการระบบติดตามรถ หรือจากตัวเครื่องเอง ภายในเวลาไม่เกิน 5 วินาที ตามเงื่อนไขและชุดคำสั่งข้อมูลตามรูปแบบที่กรมฯ กำหนด

4 (9) ลำโพงหรืออุปกรณ์ให้เสียง ของใหม่
เดิม

ไม่มีข้อกำหนดนี้

ใหม่

ต้องมีลำโพงหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้เสียงสัญญาณ ที่มีเสียงดังพอสมควรสำหรับแจ้งเตือนผู้ขับรถในขณะขับรถ

4 (10) เทคโนโลยีโครงข่ายโทรคมนาคม ของใหม่
เดิม

ไม่ได้ระบุยุคของเครือข่าย อุปกรณ์ที่ใช้ 2G จึงยังผ่าน

ใหม่

โครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นเทคโนโลยีการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยุคที่ 4 หรือ 4G ขึ้นไป

4 (11) การอัปเดตเงื่อนไขและชุดคำสั่งแบบไร้สาย ของใหม่
เดิม

ไม่มีข้อกำหนดนี้ การเปลี่ยนเงื่อนไขต้องเข้าถึงตัวเครื่อง

ใหม่

ต้องมีระบบปรับปรุงเงื่อนไขและชุดคำสั่งข้อมูลแบบไร้สายผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม นี่คือกลไกที่ทำให้กรมฯ อัปเดตโซนเสี่ยงและค่าตั้งต้นได้โดยไม่ต้องเรียกรถเข้าศูนย์

5 (1) ช่วงเวลาที่เครื่องต้องทำงาน คงเดิม
เดิม

ต้องทำงานตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงานหรือรถเคลื่อนที่

ใหม่

ไม่เปลี่ยนแปลง

ข้อ 5 (2)

ชุดข้อมูลที่ต้องส่งเข้ากรมฯ

กรอบเดิมยังอยู่ คือส่งแบบเป็นปัจจุบันผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมหรือระบบสารสนเทศ ตามรูปแบบและเงื่อนไขท้ายประกาศ แต่รายการข้อมูลถูกขยายใน 3 ส่วน

(ข) ข้อมูลการใช้งานของรถ เพิ่ม 4 รายการ
เดิม
  • วัน เวลา
  • ความเร็ว
  • ตำแหน่งพิกัด
  • สถานะของเครื่องยนต์
  • สถานะของสัญญาณ GPS Fix Status
  • สถานะของข้อมูล Data status
  • ลำดับของข้อมูล Record Sequence Number
ใหม่

ของเดิมทั้งหมด และเพิ่ม

  • ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล (Altitude)
  • ทิศทางการเดินทาง (Course)
  • จำนวนดาวเทียมที่ติดตาม
  • สถานะการใช้อุปกรณ์รบกวนสัญญาณ ตรวจจับ jammer เพื่อป้องกันการทุจริตตัดสัญญาณ GPS
(ค) ข้อมูลผู้ขับรถ เพิ่ม 6 รายการ
เดิม

ส่งเพียงรหัสเลขที่ใบอนุญาตขับรถ

ใหม่

ส่งในรูปแบบ Driver Identifier ที่ถอดรายละเอียดออกมาได้

  • ประเภทใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ
  • ชนิดใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ
  • เพศของผู้ขับรถ
  • หมายเลขใบอนุญาต และปีที่ออก
  • จังหวัดที่ออกใบอนุญาต
  • สาขาหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต
(จ) สถานะการแจ้งเตือนผู้ขับรถ ของใหม่
เดิม

ไม่มีข้อกำหนดนี้

ใหม่

เมื่อเครื่องแจ้งเตือนคนขับตามเงื่อนไขที่กรมฯ กำหนดแล้ว ต้องส่งสถานะกลับมาด้วย ตามท้ายประกาศมี 8 สถานะ

  • ความเร็วเกินกำหนด
  • ไม่แสดงตัวผู้ขับรถ
  • ใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถผิดประเภท
  • ทำงานเกินกว่า 4 ชั่วโมง และเกินกว่า 10 ชั่วโมง
  • ก่อนเข้า เมื่อเข้า และเมื่อออก จากพื้นที่หรือเส้นทางเสี่ยง
ผลที่ตามมา เมื่อสถานะการแจ้งเตือนถูกส่งกลับเข้าศูนย์ทุกครั้ง กรมฯ จะเห็นได้ว่ารถคันไหนถูกเตือนเรื่องอะไร กี่ครั้ง และคนขับปรับพฤติกรรมตามหรือไม่ โดยระบบ GPS TMC จะแสดงสถานะการแจ้งเตือนย้อนหลัง 7 วัน
ค่าตั้งต้น

เงื่อนไขและค่าตั้งต้นของการแจ้งเตือน

ค่าเหล่านี้กรมฯ เป็นผู้กำหนดและส่งให้ผู้ให้บริการ GPS ผ่าน API ไม่ใช่ค่าที่ผู้ประกอบการตั้งเอง ตัวเลขด้านล่างคือค่าตั้งต้นตามเอกสารกระบวนการเชื่อมต่อข้อมูล ฉบับ 4 กันยายน 2569

กลุ่มที่ 1 เตือนก่อนเกิดการกระทำความผิด

กรณีเงื่อนไขจุดเตือนข้อความเสียงเงื่อนไขรีเซ็ต
ความเร็วเกิน ความเร็วมากกว่าหรือเท่ากับ 90 กม./ชม. ในรายการแรกที่เจอ เตือน 1 ครั้ง คุณกำลังใช้ความเร็วเกิน ความเร็วลดต่ำกว่า 90 กม./ชม.
ไม่แสดงตัวตน รถเคลื่อนที่ตั้งแต่ 30 กม./ชม. ขึ้นไป และไม่รูดบัตรนานเกิน 7 นาที คุณยังไม่ได้รูดบัตร ความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม. หรือ Driver ID ถูกต้อง
ขับเกิน 4 ชั่วโมง เตือนครั้งที่ 1 ที่ 3 ชม. 30 นาที และครั้งที่ 2 ที่ 3 ชม. 45 นาที คุณกำลังขับรถเกินเวลา หยุดพักต่อเนื่องตั้งแต่ 30 นาที หรือเปลี่ยนคนขับเกิน 5 นาที
ทำงานเกิน 10 ชั่วโมง เตือนครั้งที่ 1 ที่ 9 ชม. 30 นาที และครั้งที่ 2 ที่ 9 ชม. 45 นาที คุณกำลังขับรถเกินเวลา พักรวมกันตั้งแต่ 8 ชั่วโมง หรือเปลี่ยนคนขับเกิน 5 นาที

เลื่อนตารางไปทางขวาเพื่อดูคอลัมน์ที่เหลือบนหน้าจอขนาดเล็ก

วิธีนับเวลาขับ เริ่มนับเมื่อรถเคลื่อนที่ตั้งแต่ 1 กม./ชม. ขึ้นไป หากจอดนิ่งน้อยกว่า 30 นาที ยังนับรวมเป็นเวลาทำงานต่อเนื่อง ต้องจอดตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไปจึงจะถือว่าพักและรีเซ็ตการนับ ซึ่งตรงกับกติกาขับได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมงและต้องพักอย่างน้อย 30 นาที ส่วนเกณฑ์ 10 ชั่วโมงอิงกฎหมายแรงงานเรื่องเวลาทำงานต่อวัน

กลุ่มที่ 2 และ 3 เส้นทางเสี่ยงและพื้นที่เฝ้าระวัง

จังหวะการเตือนเส้นทางเสี่ยงพื้นที่เฝ้าระวังหรือ Checking Point
ก่อนเข้า รัศมี 2 กิโลเมตร จากทุกพิกัดของเส้นทาง
คุณกำลังเข้าเส้นทางเสี่ยง
รัศมี 3 กิโลเมตร จากจุดศูนย์กลาง
คุณกำลังเข้าพื้นที่เฝ้าระวัง
เมื่อเข้า รัศมี 10 เมตร จากพิกัดเส้นทาง
คุณอยู่ในเส้นทางเสี่ยง
รัศมี 1 กิโลเมตร จากจุดศูนย์กลาง
คุณอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง
ขณะอยู่ภายใน เตือนซ้ำทุก 1 กิโลเมตร ตั้งค่าเป็น 0 เพื่อปิดการเตือนซ้ำได้ เตือนซ้ำทุก 1 กิโลเมตร ตั้งค่าเป็น 0 เพื่อปิดการเตือนซ้ำได้
เมื่อออก เตือน 1 ครั้ง
คุณได้ออกจากเส้นทางเสี่ยงแล้ว
เตือน 1 ครั้ง
คุณได้ออกจากพื้นที่เฝ้าระวังแล้ว
ขอบเขตปัจจุบัน 7 เส้นทาง คัดจากถนนที่มีความลาดชันและคดโค้งตามเกณฑ์ 28 จุด เช่น พื้นที่อุทกภัย พื้นที่แผ่นดินไหว จุดตรวจ จุดพักรถ
ค่าเหล่านี้เปลี่ยนได้ตลอด เพราะร่างประกาศบังคับให้เครื่องมีระบบปรับปรุงเงื่อนไขและชุดคำสั่งแบบไร้สาย กรมฯ จึงเพิ่มเส้นทางเสี่ยง ย้ายจุดตรวจ หรือปรับเกณฑ์ความเร็วได้โดยไม่ต้องแก้ประกาศ ตัวเลขที่เห็นบนหน้านี้คือค่าตั้งต้นในเอกสารรุ่นล่าสุด ควรยืนยันกับกรมฯ ก่อนนำไปพัฒนาระบบจริง
ข้อ 3 และ 6 ถึง 9

การรับรองอุปกรณ์ และหน้าที่ผู้ให้บริการ

กระบวนการขอรับรองรุ่นอุปกรณ์โดยรวมยังเหมือนเดิม แต่ลำดับขั้นตอนถูกสลับ และมีหน้าที่ของผู้ให้บริการระบบติดตามรถเพิ่มเข้ามา

ข้อ 6 ลำดับก่อนยื่นขอรับรอง สลับลำดับ
เดิม

ยื่นคำขอรับรองที่สำนักวิศวกรรมยานยนต์ แล้วจึงดำเนินการเชื่อมต่อข้อมูล เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยกรมฯ จึงออกหนังสือรับรอง

ใหม่

ต้องติดต่อศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อขอ Vendor Identifier และ GPS Unit Identifier พร้อมทดสอบเชื่อมต่อข้อมูลให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะยื่นคำขอรับรองได้ และต้องแนบผลการตรวจสอบเชื่อมต่อเป็นเอกสารประกอบ

ลำดับงานของผู้ให้บริการ GPS

  1. ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ และขอรหัส Vendor Identifier จากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมรับ API Spec และ Key
  2. ทดสอบเชื่อมต่อข้อมูล ตามเงื่อนไขและชุดคำสั่งข้อมูลที่กรมฯ กำหนดให้แล้วเสร็จ
  3. ยื่นคำขอรับรองรุ่นอุปกรณ์ ที่สำนักวิศวกรรมยานยนต์ พร้อมเอกสาร 8 รายการ รวมถึงใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ใบรับรองเครื่องโทรคมนาคม ข้อกำหนดทางเทคนิค คู่มือใช้งาน และผลการตรวจสอบเชื่อมต่อ
  4. รับหนังสือรับรอง การเป็นผู้ให้บริการระบบติดตามรถและรับรองตัวเครื่อง
  5. อัปเดต Master File ข้อมูลกล่อง GPS ซึ่งเพิ่มช่องผู้ให้บริการเครือข่ายคมนาคมและเทคโนโลยีโครงข่าย เช่น 4G หรือ 5G
  6. รับเงื่อนไขการแจ้งเตือนและส่งข้อมูลกลับ ทั้ง Real-time GPS Data และ Notification Event ตามรูปแบบที่กำหนด
ข้อ 8 เครื่องหมายการรับรองบนอุปกรณ์ คงเดิม 5 รายการ
เดิม

หมายเลขการรับรอง ชนิดและแบบ หมายเลขเครื่อง เลขทะเบียนรถและหมายเลขคัสซี และชื่อผู้ให้บริการ

ใหม่

รายการเท่าเดิม และเพิ่มความชัดเรื่องตำแหน่งติดตั้งเครื่องหมาย ต้องติดที่ตัวเครื่อง บริเวณใกล้เคียง หรือภายในห้องผู้ขับรถ ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน ไม่ลบเลือน

ข้อ 9 หน้าที่ของผู้ให้บริการระบบติดตามรถ เขียนละเอียดขึ้น
เดิม

เมื่อติดตั้งเครื่องให้ผู้ประกอบการขนส่งรายใดแล้ว ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กำหนด

ใหม่

แจกแจงเป็น 5 ข้อชัดเจน

  • ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การติดตั้ง การเก็บข้อมูล และการส่งข้อมูลที่กรมฯ กำหนด
  • ติดเครื่องหมายการรับรองในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน
  • จัดเก็บข้อมูลการใช้งานของรถไว้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน และส่งให้กรมฯ เมื่อมีการร้องขอ
  • ส่งข้อมูลการติดตั้ง เปลี่ยน ถอด หรือยกเลิกการใช้เครื่อง เป็นรายงานประจำเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และในรูปแบบ Master File
  • ส่งข้อมูลการใช้งานของรถแบบเรียลไทม์ตามรูปแบบท้ายประกาศ
ประกาศฉบับที่ 2

รถที่ต้องติดตั้ง จุดที่ขยายกว้างที่สุด

เกณฑ์รถบรรทุกเปลี่ยนวิธีนับ จากเดิมที่พูดถึงจำนวนล้อ มาเป็นการระบุลักษณะรถ จำนวนเพลา กงล้อ และจำนวนยาง ส่วนรถโดยสารถูกเขียนใหม่ให้อ้างอิงหมวดเส้นทางแทนการพูดรวม ๆ ว่ารถโดยสารสาธารณะ

รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

กฎเดิม ชุดประกาศ 2558 และ 2560
  • รถโดยสารสาธารณะทุกประเภท
  • รถตู้โดยสาร
  • ยกเว้นรถสองแถว และรถโดยสารหมวด 4 ที่วิ่งภายในจังหวัดในส่วนภูมิภาค
ร่างใหม่ ข้อ 2 เริ่ม 1 มกราคม 2570
  • รถขนส่งผู้โดยสารมาตรฐาน 4 รถสองชั้น
  • ประเภทการขนส่งประจำทาง ในเส้นทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร เส้นทางหมวด 2 และหมวด 3
  • ประเภทการขนส่งไม่ประจำทาง
  • รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของลักษณะ 4 คือรถบรรทุกวัตถุอันตราย ถูกจัดมาอยู่กลุ่มแรกร่วมกับรถโดยสาร
  • ข้อยกเว้น รถที่จัดวางที่นั่งเป็นลักษณะสองแถว ไม่เข้าข่ายทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง

รถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

กฎเดิม ชุดประกาศ 2558
  • รถลากจูง
  • รถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป
  • รถบรรทุกวัตถุอันตราย
ร่างใหม่ ข้อ 3 เริ่ม 1 กรกฎาคม 2570
  • ลักษณะ 1, 2, 3 และ 5 ที่มีจำนวนเพลาล้อ กงล้อและยาง ตั้งแต่ 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้นขึ้นไป
  • ลักษณะ 9 คือรถลากจูง
จุดที่ต้องอ่านให้ดี เกณฑ์เดิมคือรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป แต่เกณฑ์ใหม่ใช้ 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้นขึ้นไป ซึ่งดึงรถบรรทุก 6 ล้อสามเพลาเข้ามาอยู่ในข่ายด้วย เจ้าของรถกลุ่มนี้ที่เดิมไม่เคยต้องติด ควรตรวจสอบลักษณะรถและจำนวนเพลาในใบคู่มือจดทะเบียนของตัวเอง
รถที่ติด GPS อยู่แล้วไม่ต้องรีบเปลี่ยน ข้อ 4 ของร่างระบุว่า รถที่ติดตั้งเครื่องไว้แล้วตามประกาศเดิม ให้ใช้เครื่องเดิมต่อไปได้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนเครื่อง และเมื่อเปลี่ยนเมื่อไร เครื่องใหม่ต้องเป็นไปตามประกาศคุณลักษณะ พ.ศ. 2569
ข้อ 11 ถึง 13

กำหนดเวลาที่ต้องจำ

ร่างระบุว่าประกาศให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป แต่ภาระของแต่ละฝ่ายทยอยมีผลตามช่วงเวลาด้านล่าง

27 กันยายน 2569

วันสุดท้ายของการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศทั้ง 2 ฉบับ ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย

31 ธันวาคม 2569

วันสุดท้ายที่ผู้ให้บริการยื่นคำขอรับรองอุปกรณ์ตามมาตรฐานประกาศฉบับเก่าทั้ง 4 ฉบับได้ หลังจากนี้การรับรองใหม่ต้องเป็นไปตามประกาศ พ.ศ. 2569 เท่านั้น

1 มกราคม 2570

สองเรื่องพร้อมกัน หนึ่ง รถโดยสารตามข้อ 2 และรถบรรทุกวัตถุอันตรายลักษณะ 4 ที่จดทะเบียนครั้งแรกหรือเปลี่ยนเครื่อง GPS ต้องใช้อุปกรณ์ตามมาตรฐานใหม่ สอง อุปกรณ์รุ่นเดิมที่ติดตั้งอยู่ในรถโดยสารทั้งหมด ผู้ให้บริการต้องเริ่มส่งข้อมูลเข้าศูนย์ ไม่น้อยกว่า 1 ครั้งใน 15 วินาที

1 กรกฎาคม 2570

เช่นเดียวกันสำหรับฝั่งรถบรรทุก รถขนส่งสัตว์หรือสิ่งของตามข้อ 3 ที่จดทะเบียนครั้งแรกหรือเปลี่ยนเครื่อง ต้องใช้อุปกรณ์ตามมาตรฐานใหม่ และอุปกรณ์รุ่นเดิมที่ติดตั้งอยู่ ต้องเริ่มส่งข้อมูลทุก 15 วินาทีเช่นกัน

ประเด็นที่คนมักเข้าใจผิด กำหนด 1 มกราคม 2570 และ 1 กรกฎาคม 2570 ไม่ได้หมายความว่าต้องรื้อกล่องเก่าทิ้งทั้งประเทศ รถเก่ายังใช้กล่องเดิมได้ แต่ผู้ให้บริการต้องปรับระบบให้ส่งข้อมูลถี่ขึ้นเป็นทุก 15 วินาที ภาระส่วนนี้จึงตกที่ฝั่ง Vendor และค่าบริการรายเดือนก่อน ส่วนตัวกล่องจะเปลี่ยนเมื่อถึงคราวเปลี่ยนจริง

สิ่งที่ควรทำตั้งแต่ตอนนี้

แยกตามบทบาท เพื่อไม่ให้ตกหล่นตอนถึงรอบจดทะเบียนหรือเปลี่ยนอุปกรณ์

เจ้าของรถและผู้ประกอบการขนส่ง

  • ตรวจลักษณะรถในใบคู่มือจดทะเบียน ว่าเป็นลักษณะ 1, 2, 3, 5 หรือ 9 และมีกี่เพลา กี่เส้นยาง โดยเฉพาะรถ 6 ล้อสามเพลาที่เดิมไม่เคยเข้าข่าย
  • ถามผู้ให้บริการ GPS ที่ใช้อยู่ ว่าจะปรับระบบให้ส่งทุก 15 วินาทีได้ทันกำหนดหรือไม่ และจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า เพราะข้อนี้มีผลกับรถเก่าที่ติดตั้งไว้แล้วด้วย
  • เช็กว่ากล่องรุ่นที่จะซื้อผ่านการรับรองตามประกาศ พ.ศ. 2569 แล้วหรือยัง ดูได้จากเครื่องหมายการรับรองที่ต้องติดในตำแหน่งที่เห็นชัดเจน
  • เตรียมกระบวนการให้คนขับรูดบัตรทุกครั้ง เพราะร่างใหม่ตัดทางเลือกล็อกเครื่องยนต์ออก แต่บังคับให้มีเสียงเตือนดังต่อเนื่องอย่างน้อย 10 นาทีแทน และสถานะไม่แสดงตัวตนจะถูกส่งเข้าศูนย์
  • ทบทวนแผนเดินรถและชั่วโมงขับ เพราะระบบจะเตือนอัตโนมัติที่ 3 ชั่วโมง 30 นาที และ 9 ชั่วโมง 30 นาที พร้อมบันทึกไว้ทุกครั้ง
  • สำรวจว่าเส้นทางประจำของคุณตัดผ่านเส้นทางเสี่ยง 7 เส้นหรือจุดเฝ้าระวัง 28 จุดหรือไม่ เพื่อเตรียมคนขับไม่ให้ตกใจกับเสียงเตือนที่จะดังขึ้นมา

ผู้ให้บริการระบบติดตามรถ

  • ประเมินฮาร์ดแวร์รุ่นปัจจุบัน ว่ารองรับ 4G ความแม่นยำ 10 เมตร ลำโพงเสียงเตือน และการอัปเดตชุดคำสั่งแบบไร้สายหรือไม่ ถ้าไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่ง ต้องออกรุ่นใหม่
  • ประเมินภาระเซิร์ฟเวอร์ การส่งจากทุก 5 นาทีเป็นทุก 15 วินาที คือปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นราว 20 เท่า และต้องเก็บย้อนหลังไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • ขอ Vendor Identifier และทดสอบเชื่อมต่อให้เสร็จก่อน เพราะร่างใหม่กำหนดให้ทำขั้นตอนนี้ก่อนยื่นคำขอรับรอง ไม่ใช่หลัง
  • พัฒนาฝั่งรับ API เงื่อนไขการแจ้งเตือน ทั้งข้อมูลพื้นที่เฝ้าระวัง เส้นทางเสี่ยง เงื่อนไขการประมวลผล และไฟล์เสียงแจ้งเตือน
  • พัฒนาฝั่งส่ง Notification Event กลับเข้ากรมฯ พร้อมข้อมูลพิกัด รหัสจังหวัด ชื่อจุดเสี่ยง ความเร็ว และเวลาที่เกิดเหตุ
  • ยื่นคำขอรับรองตามมาตรฐานเดิมให้ทันภายใน 31 ธันวาคม 2569 หากยังมีรุ่นที่ต้องการรับรองตามเกณฑ์เก่า

ที่มาของข้อมูลและข้อจำกัด

เนื้อหาบนหน้านี้สรุปจากเอกสารของกรมการขนส่งทางบก 4 ชุด ได้แก่ ร่างประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณลักษณะและระบบการทำงานของเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถที่ใช้ในการขนส่ง พ.ศ. ..., ร่างประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดประเภทและลักษณะของรถที่ใช้ในการขนส่งที่ต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ พ.ศ. ..., เอกสารนำเสนอของสำนักวิศวกรรมยานยนต์ เดือนกันยายน 2569 และเอกสารกระบวนการเชื่อมต่อข้อมูล GPS ในรูปแบบ 2 ทาง ลงวันที่ 4 กันยายน 2569

เอกสารทั้งหมดยังมีสถานะเป็นร่าง อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ถ้อยคำ ตัวเลขค่าตั้งต้น และกำหนดเวลาบางส่วนอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อประกาศจริงลงราชกิจจานุเบกษา ก่อนนำไปใช้ตัดสินใจจัดซื้ออุปกรณ์ วางแผนกองรถ หรือพัฒนาระบบ ควรตรวจสอบฉบับที่บังคับใช้จริง ที่เว็บไซต์สำนักกฎหมาย กรมการขนส่งทางบก หรือสอบถามศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS โทร 0-2271-8888 ต่อ 1250 ถึง 1253

รายละเอียดเชิงเทคนิคสำหรับผู้ให้บริการ เช่น โครงสร้าง JSON ของ Real-time GPS Data และ Notification Event ชื่อฟิลด์ ช่วงค่า และรูปแบบ API อยู่ในคู่มือการเชื่อมต่อข้อมูล GPS ฉบับเต็มของกรมฯ หน้านี้สรุปเฉพาะสาระที่กระทบการตัดสินใจของผู้ประกอบการ

หน้านี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมาย

ระบบบริหารจัดการยานพาหนะอัจฉริยะ และ TELAMATICS ติดตามรถจาก ONELINK

ยกระดับการบริหารฟลีทให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างกำไรให้ธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยี Telematics & Automotive Intelligence Platform ที่ช่วยให้คุณติดตามรถแบบเรียลไทม์ วิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ ควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิง วางแผนการเดินรถ และเพิ่มความปลอดภัยได้จากระบบเดียว

ลงทะเบียนนัดหมายผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด เพื่อรับคำปรึกษา ทดลองชมการสาธิตระบบ และเลือกโซลูชัน GPS และ Telematics ที่เหมาะกับรูปแบบการดำเนินงานของธุรกิจคุณ

ไม่ว่าจะเป็นรถเพียงไม่กี่คันหรือฟลีทขนาดใหญ่ ONELINK พร้อมออกแบบแพ็กเกจให้ตอบโจทย์ทั้งด้านการควบคุมต้นทุน ประสิทธิภาพการขนส่ง และการบริหารยานพาหนะในระยะยาว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้าน Telematics มากกว่า 24ปี พร้อมทีมบริการครอบคลุมทั่วประเทศไทย ONELINK พร้อมดูแลตั้งแต่การให้คำปรึกษา การติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย

สำหรับลูกค้า! ต้องการตรวจ
ว่ารถของคุณต้องเปลี่ยนกี่คัน และต้องเปลี่ยนเมื่อไร?
ปรึกษาฟรี!

ขอใบเสนอราคา
Scroll to Top