5 พฤติกรรมอันตรายของผู้หญิงขณะขับรถ

คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะสันทัดเรื่องรถยนต์เท่าใดนัก ซึ่งพฤติกรรมบางอย่างอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเองและรถคันอื่นได้ เราลองไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง? 1.แต่งหน้าขณะขับรถ สิ่งที่เห็นได้เป็นประจำแทบทุกเช้าบนท้องถนน คือ คุณผู้หญิงที่แต่งหน้าไปด้วยขณะที่อยู่หลังพวงมาลัย โดยอาศัยจังหวะรถหยุดเคลื่อนตัวเพื่อเปิดกระจกแต่งหน้า ถึงแม้ว่าคุณผู้หญิงเองจะระมัดระวังเป็นอย่างดีแล้ว แต่อย่าลืมว่าบนท้องถนนยังมีผู้ขับขี่อื่นอีกมากมาย ที่อาจเผลอมาชนคุณได้ทุกเมื่อ ซึ่งอุปกรณ์แต่งหน้าทั้งหลายอาจทิ่มเข้าลูกตา จนทำให้บาดเจ็บรุนแรงได้ 2.ใส่รองเท้าส้นสูงขณะขับรถ การใส่รองเท้าส้นสูงขณะขับรถจะทำให้ไม่สามารถเหยียบเบรกด้วยแรงเต็มฝ่าเท้าได้ถนัดนัก ในกรณีฉุกเฉินอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นจึงควรสวมรองเท้าพื้นเรียบขณะขับรถจะดีกว่า จากนั้นค่อยเปลี่ยนไปใส่รองเท้าส้นสูงเมื่อถึงจุดหมาย 3.วางรองเท้าหรือขวดน้ำไว้บนพื้น  คุณผู้หญิงอาจมีรองเท้าเก็บไว้บนรถหลายคู่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่บริเวณพื้นที่นั่งของผู้ขับขี่ ไม่ควรใช้วางรองเท้าหรือขวดน้ำใดๆ ซึ่งอาจไหลไปขัดกับแป้นเบรกหรือคันเร่ง ทำให้เร่งเครื่องยนต์โดยไม่ตั้งใจ หรืออาจไหลไปกองอยู่ใต้แป้นเบรก ส่งผลให้ไม่สามารถเหยียบเบรกได้ ทางที่ดีจึงควรวางรองเท้าหรือสิ่งของใดๆ ไว้บริเวณฝั่งผู้โดยสารจะดีกว่า 4.ไม่สนใจไฟเตือนบนหน้าปัด คุณผู้หญิงส่วนใหญ่มีความสนใจเกี่ยวกับรถยนต์น้อยกว่าผู้ชาย จึงทำให้ไม่ทราบถึงปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น บางครั้งแม้ว่าหน้าปัดจะแสดงข้อความเตือน หรือปรากฏไฟสัญลักษณ์ขึ้นมา แต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจกับมัน เหล่านี้อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการขับขี่ได้ และอาจทำให้รถเสื่อมสภาพอย่างที่ไม่ควรเป็นอีกด้วย 5.ไม่ดูแลรถอย่างเหมาะสม แม้ว่าคุณผู้หญิงจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกมากนัก แต่ก็ควรนำรถเข้าเช็คระยะเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้รถยนต์ได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้ตลอดเวลา รถส่วนมากมักต้องเข้าเช็คระยะทุก 10,000 กิโลเมตร บางรุ่นอาจขึ้นไปเป็น 20,000 กิโลเมตร ดังนั้น อย่างน้อยๆ ก็ควรตรวจสอบว่ารถวิ่งไปเป็นระยะทางเท่าไหร่แล้ว จะได้นำรถเข้าศูนย์ได้ตรงเวลา สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพื่อความปลอดภัยของคุณเองและคนรอบข้างครับ ขอบคุณข้อมูล auto.sanook.com

Onelink

July 3, 2018

รู้ไหม? ขี้นก ทำร้ายสีรถคุณ ต้องรีบกำจัดออก

ใครที่มีรถ อย่าชะล่าใจเวลาที่รถคุณโดน ขี้นก แล้วปล่อยทิ้งไว้นานๆ ผิวสีรถคุณอาจจะด่างได้ เพราะ ขี้นก มีฤทธิ์เป็นกรด มันสามารถกัดกร่อนทำให้ผิวสีรถของคุณด่างได้ถ้าหากทิ้งไว้ ทีนี้เรามาดูวิธีการ ป้องกัน ดูแล และกำจัดคราบ ขี้นก ออกจากผิวสีรถเรากัน การกำจัดคราบ ขี้นก บนผิวสีรถ ถ้าหากคราบยังไม่ฝังแน่นเกินไป ให้ลองใช้แว็กซ์ เคลือบสีรถ ที่มีส่วนผสมของผงขัดอ่อนๆ และใช้ฟองน้ำละเอียดสำหรับ เคลือบสีรถ โดยเฉพาะ ค่อยๆวนน้ำยาเป็นรูปก้นหอย จนกว่ารอย ขี้นก จะหายไป ในกรณีที่ลองทั้งสองวิธีแล้วยังมีคราบ ขี้นก อยู่อีก ให้ใช้ดินน้ำมันสำหรับรถโดยเฉพาะ ถูบริเวณที่มีคราบ ขี้นก และใช้น้ำยา ขัดสีรถ ชนิดขัดละเอียด ค่อยๆถูเป็นรูปก้นหอยจนกว่าคราบ ขี้นก จะหายไป ในขั้นตอนนี้แนะนำให้ฉีดสเปย์น้ำลงบนฟองน้ำที่จะใช้ขัดก่อน เพื่อป้องกันความร้องที่เกิดจากการขัด และป้องกันการเกิดรอยขนแมวได้ในระดับนึง หากคราบ ขี้นก นั้นฝังแน่นบนผิวสีรถแล้ว โดยที่คุณทิ้งไว้เป็นเวลานานไม่ได้เช็ดออกเลย ให้ลองใช้น้ำยา ลบคราบยางมะตอย หรือน้ำยาลบพวกคราบแมลง ฉีดและเช็ดออกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ ค่อยๆเช็ดออกนะครับ ห้ามออกแรงถูเดี๋ยวรถจะเป็นรอยซะก่อน ส่วนใครที่ต้องการใช้พวกน้ำมันก๊าดเช็ดคราบ ขี้นก ก็สามารถเช็ดได้ แต่จริงๆไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ให้รีบเช็ดและล้างออกจากผิวสีรถให้เร็วที่สุดแล้วกันครับ วิธีป้องกันคราบ ขี้นก ฝังแน่น เมื่อรถโดน ขี้นก ให้คุณรีบนำน้ำสะอาดมาล้าง และใช้ผ้านุ่ม หรือทิชชู่มาซับออกจากผิวสีรถให้เร็วที่สุด หมั่น เคลือบสีรถ ไว้สม่ำเสมอ เพราะน้ำยา เคลือบสีรถ จะช่วยป้องกันการเกิดคราบฝังแน่นได้ระดับนึง ถ้าหากไม่ปล่อย ขี้นก ทิ้งไว้นานจนเกินไปก็จะไม่เกิดคราบฝังแน่น เพราะกรดจาก ขี้นก จะกัดกร่อนถึงชั้นของแล็กเกอร์รถได้ยากยิ่งขึ้น บางทีคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดน ขี้นก บนผิวสีรถ ฉนั้นทางที่ดีอย่าปล่อยทิ้งไว้นานจนเกิดคราบฝังแน่น มันจะเป็นด่างๆเอาออกยากมาก อย่างที่ได้บอกวิธีป้องกันไว้ด้านบน เคลือบสีรถ กันเอาไว้ เลือกน้ำยาเคลือบสีที่มีคุณภาพหน่อย มันจะสามารถป้องกันการเกิดคราบฝังแน่นได้ บางคนมีกำลังทรัพย์หน่อยก็นำรถไปทำการ เคลือบแก้ว ป้องกันการเกิดคราบฝังแน่นไว้เลยก็มี […]

Onelink

May 17, 2018

เพราะอะไร รถบรรทุก ต้องติด GPS

กรมการขนส่งทางบก กำหนดให้รถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกขนาดใหญ่ (10 ล้อขึ้นไป) ที่จดทะเบียนใหม่ ต้องดำเนินการติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางด้วยระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก หรือ GPS ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถ สามารถเลือกรุ่น GPS หรือผู้ให้บริการระบบได้อย่างเสรี และ บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ ที่ได้ มารตฐาน ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก สำหรับข้อดีของการติดจีพีเอส คือ ช่วยลดอุบัติเหตุทางรถยนต์ และลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเนื่องจากการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด  GPS สามารถช่วยในการควบคุมความเร็วของรถยนต์ได้ ถ้าขับรถเร็วเกินกำหนด จะมีสัญญาณเตือนดังขึ้น จนกว่าจะมีความเร็วลดลง และจะแจ้งไปยัง กรมการขนส่งทางบกทุกพื้นที่ ที่รถวิ่งเข้าไปในเขตนั้น ๆ  เพื่อออกหนังสือไปยัง ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของรถ สำหรับความเร็วที่กฏหมายกำหนดคือ รถบบรทุก 10 ล้อ กำหนดความเร็วที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และรถหัวลาก กำหนดความเร็วที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ทุกครั้งที่ผู้ขับขี่ จะทำการขับรถจะต้องรูดบัตร กับเครื่องรูดบัตรที่ติดตั้งอยู่ในรถก่อนทุกครั้ง และข้อมูลบนเครื่องรูดบัตร จะถูกส่งไปยัง กรมการขนส่งทางบกและผู้ประกอบการ เพื่อใช้ในการคำนวนเวลาในการขับรถ […]

Onelink

October 24, 2017