ทล. เปิดจุดจอดพักรถบรรทุกโนนสูง (ขาออก) บริการพร้อม เน้นความปลอดภัย หวังช่วยลดอุบัติเหตุ

สิงห์รถบรรทุกเฮ ! กรมทางหลวงเปิดจุดจอดพักรถบรรทุก (TRUCK REST AREA) บริเวณสถานีตรวจสอบน้ำหนักโนนสูง (ขาออก) มีบริการเพียบพร้อมความปลอดภัย เผยแผนสร้าง 18 แห่งครอบคลุมเส้นทางขนส่งสินค้า หวังลดอุบัติเหตุรถบรรทุกขนาดใหญ่  คุณธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดจุดจอดพักรถบรรทุก (TRUCK REST AREA) บริเวณสถานีตรวจสอบน้ำหนักโนนสูง (ขาออก) จ.นครราชสีมา บนทางหลวงหมายเลข 2 ตอน นครราชสีมา – โนนสูง กม.169+800 โดยมีคุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานว่า จุดจอดพักรถบรรทุก (TRUCK REST AREA) ดังกล่าว มีพื้นที่ใช้งานประมาณ 54 ไร่เศษ ภายในจะประกอบด้วย พื้นที่จอดรถบรรทุก จำนวน 86 คัน พื้นที่จอดรถส่วนบุคคลและรถคนพิการ รวมจำนวน 69 คัน ห้องน้ำสาธารณะชายหญิง จำนวน 43 ห้อง ห้องอาบน้ำชายหญิง […]

Onelink

May 12, 2018

ตำแหน่งการติดตั้ง รวมทั้งประเภทและลักษณะของรถ ที่ต้องมีอุปกรณ์หรือแผ่นสะท้อนแสง

กรมการขนส่งทางบก กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเชิงรุก กำหนดให้ รถโดยสารและรถบรรทุกที่จดทะเบียนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ต้องติดตั้ง อุปกรณ์สะท้อนแสงหรือแผ่นสะท้อนแสงตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมองเห็นได้ อย่างชัดเจนในเวลากลางคืน ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุยกระดับความปลอดภัยทางถนน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก กำหนดให้รถโดยสารขนาดใหญ่ และรถบรรทุกติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงหรือแผ่นสะท้อนแสง ที่มีคุณลักษณะ สี ขนาด และตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสมเพื่อ ประสิทธิภาพในการมองเห็นได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะในเวลากลางคืน ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถหลีกเลี่ยงหรือหยุดรถใน ระยะที่ปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยให้มีผลบังคับใช้ทันทีกับรถโดยสารขนาดใหญ่และรถบรรทุก ทุกคัน ที่จด ทะเบียนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ซึ่งต้องติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงที่สามารถสังเกตเห็นในเวลากลางคืน ได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ด้านท้ายรถ ให้ติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดง ส่วนด้านข้างรถทั้ง สองข้าง ให้ใช้อุปกรณ์สะท้อนแสงสีเหลืองอำพัน นอกจากการติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงแล้ว สำหรับรถบรรทุก ทุกลักษณะ ที่มี […]

Onelink

April 25, 2018

Onelink ขอแนะนำ 12 เทคนิคการขับรถบรรทุกให้ประหยัดน้ำมัน

ในช่วงเวลานี้ราคาน้ำมันที่ไม่มีวี่แววว่าจะลดลง ทำให้ทางค่ายรถยนต์ต่างๆ หันออกมาผลิตรถยนต์ประหยัดน้ำมันกันอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามถึงจะขับรถประหยัดน้ำมันกัน แต่ถ้าหากไม่รู้วิธีขับรถยนต์ที่ถูกต้องก็จะสิ้นเปลืองค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเทียบเท่ากับรถธรรมดาทั่วไปได้เหมือนกันค่ะ ซึ่งการขับรถที่ดี นอกจากมีสติและถูกกฎจราจรแล้ว ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ ยังต้องรู้จักวิธีขับรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมัน เพราะนั่นหมายถึงการเซฟเงินในกระเป๋าได้แบบสุด ๆ ซึ่งวิธีที่เรานำมาฝาก รับรองว่าไม่ยากเกินกว่าที่จะทำตามกันได้แน่นอนคะและตอนนี้เรามาดูหลักการขับรถให้ประหยัดน้ำมันกันดีกว่าค่ะ หรือจะติดจีพีเอส GPS เพื่อดูการใช้น้ำมัน หรือพฤติกรรมของพนักงานขับรถก็ได้ค่ะ 1. การสตาร์ทเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว ไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์ขณะที่รถจอดอยู่กับที่ เพียงขับเคลื่อนรถเบาๆ 1-2 กิโลเมตรเครื่องยนต์จะอุ่นเองไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์แล้วจอดอยู่กับที่ เพราะการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 2 นาที สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี. และหลังไฟเตือนต่าง ๆ บนหน้าปัดดับลงแล้ว คุณก็สามารถเคลื่อนรถออกได้อย่างช้าๆแล้วค่อยๆเร่งเครื่องยนต์ทีละน้อยโดยไม่ควรใช้รอบสูงตรงนี้ทำให้เครื่องยนต์อุ่นตัวได้เร็วขึ้น       2. เบรกมีผลต่อการกินน้ำมันเชื้อเพลิง ทุกครั้งที่เราเบรก ความเร็วจะลดถ้าต้องการไปต่อ เราก็ต้องเพิ่มความเร็วหรือเร่งเครื่องขึ้น การมองไกลเพื่อประเมินสถานการณ์ข้างหน้า โดยการปล่อยคันเร่งให้เร็วขึ้นเพื่อปล่อยให้รถไหล ไม่ใช่เบรกเพื่อปล่อยคันเร่งต่อหรือปล่อยคันเร่งช้า แล้วแตะเบรกและเร่งต่อ อย่างหลังจะเปลืองน้ำมันมากกว่าค่ะ 3. หลีกเลี่ยงการเร่งคันเร่งทันทีทันใดบ่อยๆหรือการเรเครื่องยนต์บ่อยๆ  การเร่งเครื่องยนต์ขณะเกียร์ว่าง 10 ครั้งส่งผลให้รถจักรยานยนต์สิ้นเปลืองน้ำมัน 15 ซีซี., รถปิคอัพ รถตู้ รถแวน สิ้นเปลืองน้ำมัน100 ซีซี. และรถบรรทุก […]

Onelink

February 28, 2018

วิธีแก้ !!กลิ่นเหม็นอับภายในรถ ด้วยวิธีง่ายๆทำด้วยตัวเอง

กลิ่นเหม็นอับภายในรถ กับวิธีกำจัดได้ง่ายๆด้วยตัวเอง การทานอาหารบนรถถือเป็นอีก1สาเหตุของกลิ่น เรื่องของกลิ่นเหม็นอับภายในรถนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จากการทานอาหารบนรถ ความชื้นภายในห้องโดยสาร หรือมาจากระบบแอร์ของรถเรา  และปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย วันนี้ จะพาเพื่อนๆไปชมวิธีการกำจัดกลิ่นเหม็นอับได้ง่ายๆด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีบ้านๆแต่เห็นผลทีเดียวเดี๋ยวเราไปชมกันเลยครับกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่บนรถเพราะกลิ่นบุหรีนั้นจะติดอยู่ที่รถ กลิ่นเหม็นอับสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากสมัยนี้ คนเรานั้นทำกิจกรรมบนรถเยอะอย่างเช่น การทานอาหารบนรถ ซึ่งจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับติดภายในห้องโดยสารรถ ในรถบางคันที่ระบบแอร์ไม่เคยได้ทำความสะอาดก็เป็นอีกสาเหตุของกลิ่นหม็นด้วยเช่นกัน วันนี้เรามาดูวิธีง่ายๆในการดับกลิ่นเหม็นอับบนรถกันโดยเริ่มจาก การนำรถไปจอดตากแดด  วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีง่ายเพียงแค่นำรถไปจอดกลางแดดและทำการเปิดประตูหรือเปิดกระจกเพื่อให้อากาศถ่ายเทการทำแบบนี้ถือว่าช่วยเรื่องกำจัดกลิ่นอัพได้เช่นกัน สเปรย์ปรับอากาศ  เพื่อนๆสามารถหาซื้อตามห้างสรรพสินค้ากันได้เลยและสามารถเลือกกลิ่นที่ตัวเองชอบ ซึ่งสเปรย์ปรับอากาศนอกจากจะกำจัดกลิ่นเหม็นอับแล้วยังฆ่าเชื้อโรคได้อีกด้วย การใช้ใบชาจีนแห้ง ใบชาจีนที่นำมาใช้นั้นจะเป็นแบบที่ใช้ชงกิน ส่วนปริมาณในการใช้ก็อยู่ที่ว่ารถของท่านนั้นเหม็นมากหรือน้อย การใช้ก็เพียงแค่นำใบชาห่อใส่ผ้าเพื่อความสวยงามแล้ววางไว้ในรถ น้ำส้มสายชู ถือว่าเป็นอีกสิ่งนึงในการช่วยดับกลิ่นเหม็นอัพให้กับรถยนต์ได้อย่างดี โดยนำน้ำส้มสายชู 2-4 ช้อนโต๊ะ ใส่ถ้วยแล้วนำไปวางไว้ในรถ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูจะช่วยดูดกลิ่นอับให้หายไป ถ่านหุงข้าว การใช้ถ่านหุงข้าวนั้นๆเพื่อนๆอาจจะเคยเห็นแล้วกับการนำมาดับกลิ่นเหม็นอับในตู้เย็น ซึ่งสามารถนำมาใช้กับรถยนต์ของเราได้เช่นกัน เพียงนำถ่านหุงข้าวมาวางไว้ตามมุมต่างๆของรถ ทิ้งไว้2-3วัน ถ่านหุงข้าวนั้นก็จะดูดกลิ่นเหม็นอับให้ลดลง เบกกิ้งโซดา  การใช้เบกกิ้งโซดา(ผงฟู) 2ช้อนโต๊ะ ใส่ถ้วยว่างไว้ในรถก็จะช่วยในการดูดกลิ่นบุหรี่ให้หายไปได้ เช่นกัน ใช้สมุนไพรหรือดอกไม้ การใช้พวกดอกไม้และสมุนไพร เช่น ใบเตย ใบมะกรูด ดอกมะลิ ใส่ไว้ในรถ […]

Onelink

February 9, 2018

วิธีขับรถลุยน้ำท่วมให้ปลอดภัย เครื่องไม่ดับ!

การขับรถฝ่าน้ำท่วมจึง ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเครื่องยนต์กลไก และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของรถยนต์ ไม่ถูกกับน้ำอย่างยิ่ง หากไม่อยากเสียเงินเพื่อซ่อมรถ หรือร้ายแรงสุดๆ คือยกเครื่องใหม่ ถ้าเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมได้ หรือมีเส้นทางอื่นที่ไปถึงได้เหมือนกัน ก็ควรเลี่ยง อย่าฝืน หรืออย่าเสี่ยงจะดีกว่า      แต่ถ้าจำเป็นต้องไปทางนั้นจริงๆ หรือไม่มีทางให้เลี่ยง มาดูวิธีขับฝ่าน้ำท่วมยังไงให้ปลอดภัย และลดความเสี่ยงรถพังกันดีกว่า    1. ปิดระบบทำความเย็น หรือแอร์ทันที เพราะในขณะที่เรากำลังขับฝ่าน้ำท่วม หากเปิดแอร์ไว้ พัดลมจะทำงาน ทำให้ใบพัดหมุนตีจนน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง ซึ่งอาจทำให้น้ำเข้าห้องเครื่อง หรือเข้าระบบไฟได้ นอกจากนี้ใบพัดอาจพัดไปโดนเศษขยะต่างๆ เช่น กิ่งไม้ ขวดแก้ว ฯลฯ จนทำให้เกิดความเสียหาย ใบพัดแตก หรือหักได้อีกด้วย    2. ใช้เกียร์ต่ำขณะขับฝ่าน้ำท่วม โดยใช้แค่เกียร์ 1 หรือ 2 เท่านั้น สำหรับเกียร์ธรรมดา ส่วนเกียร์ออโต้ให้ใช้เกียร์ L หรือ 1 (เกียร์ต่ำสุดของรถแต่ละรุ่น) นอกจากนี้ควรรักษารอบเครื่องเอาไว้ประมาณ 1,500 – 2,000 รอบ เพราะหากรอบต่ำเกินไป […]

Onelink

January 31, 2018

6 ผลเสียที่เกิดขึ้นเมื่อขับรถตกหลุมบ่อยๆ

รู้กันดีว่าสภาพถนนในบ้านเราจัดว่าอยู่ในระดับ ‘ปราบเซียน’ ขนาดไหน เพราะไม่ว่าจะเป็นถนนในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ก็มักมีหลุมหรือฝาท่อให้รูดเล่นกันอยู่เสมอ ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลเสียต่อตัวรถอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะขับในทางที่เคยชิน หรือใช้จีพีเอสสำหรับรถยนต์ นำทาง วันนี้เราจะมาทราบ 6 ผลเสียที่เกิดขึ้นเมื่อขับรถตกหลุมบ่อยๆ     1.ล้อคด/แตก       ปัญหาล้อแม็กคดหรือดุ้งสามารถพบได้บ่อย หากคดไม่มาก ก็มักจะไม่ค่อยมีผลต่อการขับขี่นัก (แต่ก็แนะนำให้ดัดคดเพื่อให้ล้อกลับมากลมเหมือนเดิม ช่วยป้องกันอาการรถสั่นขณะขับด้วยความเร็วสูงได้) แต่หากมีอาการคดอย่างรุนแรงเนื่องจากตกหลุมขนาดใหญ่ที่ความเร็วสูง ก็อาจเป็นสาเหตุให้ลมยางรั่วซึมจนกระทั่งยางแบนได้       แต่ร้ายแรงที่สุดคือล้อแม็กแตก มักพบได้กับล้อแต่งที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการขับขี่มาก เพราะหากขับมาด้วยความเร็วสูงแล้วเผลอตกหลุมจนล็อแม็กแตก ย่อมจะเสียการควบคุมรถจนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ 2.ยางบวม/แตก       การขับรถตกหลุมบ่อย มีโอกาสเสี่ยงทำให้ยางเกิดการบวมได้ ซึ่งยางที่บวมอาจทำให้เกิดอาการรถสั่นขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง หากเป็นการบวมที่แก้มยาง ก็เสี่ยงต่อการระเบิดได้ง่ายอีกด้วย แต่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือยางระเบิดในทันที ซึ่งมักพบได้ในกรณีขับขี่ด้วยความเร็วสูงผ่านหลุมลึกที่มีปากหลุมคม ซึ่งจะทำให้สูญเสียการควบคุมรถได้ 3.ช่วงล่างหลวมเร็ว       ช่วงล่างเป็นหัวใจหลักที่ช่วยซับแรงกระแทกก่อนส่งไปยังห้องโดยสาร หากช่วงล่างถูกใช้งานอย่างหนัก ก็มีผลทำให้ชิ้นส่วนต่างๆสึกหรอเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโช็คอัพ, ปีกนก, บูชยาง, เพลาขับ เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนชิ้นส่วนเหล่านี้มีราคาตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว 4.ลูกปืนล้อแตก       ลูกปืนล้อเป็นชิ้นส่วนที่ค่อนข้างอ่อนไหวพอสมควรสำหรับรถบางรุ่น หากล้อมีการกระแทกอย่างรุนแรง ก็ส่งผลทำให้ลูกปืนล้อแตกได้ อาการของลูกปืนล้อแตก จะมีเสียงหอนดังขึ้นจากล้อข้างใดข้างหนึ่ง (หรือหลายล้อพร้อมกันก็ได้) และจะดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อเพิ่มความเร็ว […]

Onelink

November 1, 2017