ความดันลมยางรถบรรทุก เติมเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

ความดันลมเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมที่สุดสำหรับการเติมลมยางรถบรรทุก ? ความดันลมยางรถบรรทุก ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษายางรถบรรทุกคือการใช้ความดันลมที่เหมาะสม ไม่มียางหรือยางในเส้นใดที่จะเก็บลมไว้ได้อย่างถาวร เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากสภาวะแรงดันลมอ่อน จะต้องตรวจเช็คและเติมลมให้กับยางรถของท่านอย่างสม่ำเสมอ เพราะความดันลมยางมีผลกระทบโดยตรงกับสมรรถนะของยาง ทั้งกับอายุของหน้ายางและความทนทาน และยังส่งผลต่อการใช้งานอีกด้วย ความดันลมยางที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้โครงยางมีการยุบตัวมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ยางเกิดความร้อนสะสมที่แก้มยางสูง แรงต้านทานการหมุนของยางเพิ่มขึ้น และเกิดการสึกหรอก่อนเวลา ในกรณีรุนแรงจะทำให้โครงยางเสียหาย ส่งผลให้เกิดยางระเบิดได้ ในทางกลับกัน ความดันลมยางที่สูงกว่ามาตรฐาน ซึ่งรถจะมีความรู้สึกขับได้เร็วขึ้น การออกตัวหรือบังคับเลี้ยวดีขึ้นอันเนื่องแรงดันลมที่มากช่วยผยุงรถให้ลอยสูงขึ้นจากพื้นผิวมา แต่จะทำให้การยึดเกาะถนนลดลง เกิดการลื่นไถลได้ง่ายเมื่อเจอสภาพพื้นถนนเปียก รวมทั้งส่งผลต่อการสึกหรอที่ผิดปกติของหน้ายางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งเพลาขับ – การเติมลมยางเพื่อให้ได้ระดับที่เหมาะสมนั้นต้องคำนึงถึง น้ำหนักรถ น้ำหนักสิ่งของที่บรรทุก ความเร็วที่ใช้ และสภาพถนนที่ใช้งานของรถคันนั้น เพื่อพิจารณาในการเติมลมยางให้เหมาะสม เพื่อจะทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งาน – เพื่อความปลอดภัยควรใช้ความดันลมยางจากคู่มือรถ เปรียบเทียบกับความดันลมยางที่ระบุในสเปคยางแต่ละขนาด และควรชั่งน้ำหนักตกแต่ละเพลาของรถในขณะที่บรรทุกสิ่งของด้วย – การเติมหรือการวัดความดันลมยางควรทำขณะที่ยางเย็น และอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้วัดต้องมีความแม่นยำได้มาตรฐาน รวมถึงปฎิบัติตามคำแนะนำการใช้งานที่ผู้ผลิตเครื่องมือนั้นๆแนะนำ – ฝาครอบวาล์วนั้นมีไว้เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปิดอย่างแน่นหนา และยังเป็นการปกป้องส่วนภายในของก้านวาล์วอีกด้วย ก้านต่อก้านวาล์วควรปรับใช้งานให้เหมาะสม และอาจจำเป็นสำหรับการตรวจวัดความดันลมยางในตำแหน่งล้อคู่ ข้อแนะนำในการเติมลมยางรถบรรทุก: ในการเติมลมยางรถบรรทุกไม่ได้ระบุตายตัวว่าต้องเติมที่ความดันลมยางที่เท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ยางอยู่ในตำแหน่งไหน หากเป็นตำแหน่งเพลาขับ สามารถเติมลมยางได้ตั้งแต่ 85-100 psi ขึ้นอยู่กับขนาดยาง หากอยู่ที่ตำแหน่งพ่วงหรือล้อลากที่ต้องรับน้ำหนักการบรรทุกเยอะๆ […]

Onelink

June 13, 2018

ความดันลมยางรถบรรทุก เติมเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

ความดันลมเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมที่สุดสำหรับการเติมลมยางรถบรรทุก ? ความดันลมยางรถบรรทุก ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษายางรถบรรทุกคือการใช้ความดันลมที่เหมาะสม ไม่มียางหรือยางในเส้นใดที่จะเก็บลมไว้ได้อย่างถาวร เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากสภาวะแรงดันลมอ่อน จะต้องตรวจเช็คและเติมลมให้กับยางรถของท่านอย่างสม่ำเสมอ เพราะความดันลมยางมีผลกระทบโดยตรงกับสมรรถนะของยาง ทั้งกับอายุของหน้ายางและความทนทาน และยังส่งผลต่อการใช้งานอีกด้วย ความดันลมยางที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้โครงยางมีการยุบตัวมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ยางเกิดความร้อนสะสมที่แก้มยางสูง แรงต้านทานการหมุนของยางเพิ่มขึ้น และเกิดการสึกหรอก่อนเวลา ในกรณีรุนแรงจะทำให้โครงยางเสียหาย ส่งผลให้เกิดยางระเบิดได้ ในทางกลับกัน ความดันลมยางที่สูงกว่ามาตรฐาน ซึ่งรถจะมีความรู้สึกขับได้เร็วขึ้น การออกตัวหรือบังคับเลี้ยวดีขึ้นอันเนื่องแรงดันลมที่มากช่วยผยุงรถให้ลอยสูงขึ้นจากพื้นผิวมา แต่จะทำให้การยึดเกาะถนนลดลง เกิดการลื่นไถลได้ง่ายเมื่อเจอสภาพพื้นถนนเปียก รวมทั้งส่งผลต่อการสึกหรอที่ผิดปกติของหน้ายางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งเพลาขับ – การเติมลมยางเพื่อให้ได้ระดับที่เหมาะสมนั้นต้องคำนึงถึง น้ำหนักรถ น้ำหนักสิ่งของที่บรรทุก ความเร็วที่ใช้ และสภาพถนนที่ใช้งานของรถคันนั้น เพื่อพิจารณาในการเติมลมยางให้เหมาะสม เพื่อจะทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งาน – เพื่อความปลอดภัยควรใช้ความดันลมยางจากคู่มือรถ เปรียบเทียบกับความดันลมยางที่ระบุในสเปคยางแต่ละขนาด และควรชั่งน้ำหนักตกแต่ละเพลาของรถในขณะที่บรรทุกสิ่งของด้วย – การเติมหรือการวัดความดันลมยางควรทำขณะที่ยางเย็น และอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้วัดต้องมีความแม่นยำได้มาตรฐาน รวมถึงปฎิบัติตามคำแนะนำการใช้งานที่ผู้ผลิตเครื่องมือนั้นๆแนะนำ – ฝาครอบวาล์วนั้นมีไว้เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปิดอย่างแน่นหนา และยังเป็นการปกป้องส่วนภายในของก้านวาล์วอีกด้วย ก้านต่อก้านวาล์วควรปรับใช้งานให้เหมาะสม และอาจจำเป็นสำหรับการตรวจวัดความดันลมยางในตำแหน่งล้อคู่ ข้อแนะนำในการเติมลมยางรถบรรทุก: ในการเติมลมยางรถบรรทุกไม่ได้ระบุตายตัวว่าต้องเติมที่ความดันลมยางที่เท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ยางอยู่ในตำแหน่งไหน หากเป็นตำแหน่งเพลาขับ สามารถเติมลมยางได้ตั้งแต่ 85-100 psi ขึ้นอยู่กับขนาดยาง หากอยู่ที่ตำแหน่งพ่วงหรือล้อลากที่ต้องรับน้ำหนักการบรรทุกเยอะๆ […]

Onelink

June 13, 2018