วิธีขับรถลุยน้ำท่วมให้ปลอดภัย เครื่องไม่ดับ!

การขับรถฝ่าน้ำท่วมจึง ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเครื่องยนต์กลไก และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของรถยนต์ ไม่ถูกกับน้ำอย่างยิ่ง หากไม่อยากเสียเงินเพื่อซ่อมรถ หรือร้ายแรงสุดๆ คือยกเครื่องใหม่ ถ้าเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมได้ หรือมีเส้นทางอื่นที่ไปถึงได้เหมือนกัน ก็ควรเลี่ยง อย่าฝืน หรืออย่าเสี่ยงจะดีกว่า      แต่ถ้าจำเป็นต้องไปทางนั้นจริงๆ หรือไม่มีทางให้เลี่ยง มาดูวิธีขับฝ่าน้ำท่วมยังไงให้ปลอดภัย และลดความเสี่ยงรถพังกันดีกว่า    1. ปิดระบบทำความเย็น หรือแอร์ทันที เพราะในขณะที่เรากำลังขับฝ่าน้ำท่วม หากเปิดแอร์ไว้ พัดลมจะทำงาน ทำให้ใบพัดหมุนตีจนน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง ซึ่งอาจทำให้น้ำเข้าห้องเครื่อง หรือเข้าระบบไฟได้ นอกจากนี้ใบพัดอาจพัดไปโดนเศษขยะต่างๆ เช่น กิ่งไม้ ขวดแก้ว ฯลฯ จนทำให้เกิดความเสียหาย ใบพัดแตก หรือหักได้อีกด้วย    2. ใช้เกียร์ต่ำขณะขับฝ่าน้ำท่วม โดยใช้แค่เกียร์ 1 หรือ 2 เท่านั้น สำหรับเกียร์ธรรมดา ส่วนเกียร์ออโต้ให้ใช้เกียร์ L หรือ 1 (เกียร์ต่ำสุดของรถแต่ละรุ่น) นอกจากนี้ควรรักษารอบเครื่องเอาไว้ประมาณ 1,500 – 2,000 รอบ เพราะหากรอบต่ำเกินไป […]

Onelink

January 31, 2018

เปิดตัว TAXI OK

กรมการขนส่งทางบก พร้อมเปิดตัว TAXI OK อย่างเป็นทางการ โดยรถรูปแบบใหม่นี้ มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความปลอดภัย เพื่อยกระดับการให้บริการรถแท็กซี่ สู่มาตรฐานที่เหนือกว่าเดิม นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า รถ TAXI OK เป็นการยกระดับการบริการของรถแท็กซี่ไทย โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเดินรถ โดยจะติดตั้ง อุปกรณ์ GPS พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับที่ใช้กับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และบบตรวจสอบความผิดปกติของค่าโดยสาร มีระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับรถและผู้โดยสาร รวมถึงมีปุ่มฉุกเฉินหรือปุ่ม Emergency สำหรับผู้โดยสารที่สามารถส่งข้อมูลมายังศูนย์ให้บริการรถแท็กซี่เพื่อขอความช่วยเหลือได้แบบทันที โดยมีการจัดตั้งศูนย์ให้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมกำกับดูแลรถแท็กซี่ หากความผิดปกติ ข้อมูลจะถูกส่งไปยังศูนย์บริหารจัดการรถแท็กซี่ของกรมการขนส่งทางบก นอกจากนี้ ยังมีระบบเรียกบริการรถแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน”Taxi OK”บนโทรศัพท์ Smart Phone เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงบริการรถแท็กซี่สำหรับผู้โดยสาร เพื่อเรียกใช้บริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และยังสามารถร้องเรียนการให้บริการ ผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่า จะได้รับความปลอดภัย ได้รับการคุ้มครอง พร้อมการช่วยเหลือยามที่เกิดปัญหาได้อย่างทันที ต้องการติด GPS รถแท็กซี่ เพื่อเชื่มต่อกับ แอป TAXI OK โทร […]

Onelink

January 26, 2018

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการยางระเบิด

เนื่องจากยางรถยนต์ที่เราใช้งาน เมื่อวิ่งบนถนนจะทำให้เกิดความร้อนบนเนื้อยาง สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการยางระเบิด มีดังต่อไปนี้  1. ยางหมดอายุการใช้งาน เช่น แก้มยางมีรอยแตกลายงา บวม ฉีกขาด ดอกยางหมดสภาพ เป็นต้น 2. ยางเก่าเก็บ 3. ขับรถโดยใช้ความเร็วเกินพิกัดยางที่กำหนดไว้ 4. บรรทุกน้ำหนักเกินค่ากำหนด 5. สูบลมยางไม่ถูกต้อง 6. เปลี่ยนยางใหม่แต่ใช้จุ๊บเติมลมอันเก่า 7. ยางร้อนจัดเนื่องมาจากเบรกติดที่ล้อใดล้อหนึ่ง กรณีนี้อาจทำให้เกิดไฟไหม้รถได้ ข้อสังเกต -ยางเปอเซ็นต์หมายถึงยางที่ใช้แล้ว โดยร้านยางรับซื้อมาจากผู้ที่มาเปลี่ยนยางใหม่ จำนวนเปอเซ็นต์จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความลึกของดอกยางถ้าดอกยางสึกจนถึงสะพานยางซึ่งเป็นแถบอยู่ในร่องยาง แสดงความลึกของดอกยางเหลือเพียง 1.6 มิลลิเมตร ถือว่ายางเส้นนี้เท่ากับศูนย์เปอร์เซ็นต์ คุณควรเปลี่ยนยางใหม่ได้แล้ว ไม่ควรใช้ต่อไป เพราะอันตรายมาก เนื่องจากยางไม่สามารถรีดน้ำได้ในขณะฝนตก ทำให้รถไม่เกาะถนนและลื่นไถลได้ง่ายขณะเบรก -ร้านยางบางแห่งนำยางที่หมดดอกมาแกะใหม่แล้วนำมาขายในราคาถูก ถ้าผู้ขับขี่ไปซื้อมาใส่รถอาจทำให้ยางระเบิดได้ มีวิธีสังเกตง่ายๆ ว่าร้านยางนำยางที่หมดดอกมาแกะใหม่หรือไม่ โดยดูที่ร่องดอกยาง ถ้าไม่มีสะพานยางติดอยู่แสดงว่านำยางที่หมดดอกมาแกะใหม่ ต้องระวังให้ดี 8. ผู้ขับขี่ซื้อยางเปอร์เซ็นต์มาใส่ 9. เลือกใช้ยางไม่ถูกขนาด เช่น เอายางรถเก๋งมาใส่รถปิกอัป เป็นต้น 10. แก้มยางเสียดสีกับขอบถนน อาการเตือนก่อนที่ยางจะระเบิด […]

Onelink

January 18, 2018

น้ำมันเครื่องแต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร?

น้ำมันเครื่องนับเป็นอะไหล่สิ้นเปลืองอีก 1 อย่าง ที่คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายบ่อยๆ เมื่อถึงระยะที่กำหนด ซึ่งจริงๆ แล้วมันถือเป็นเรื่องดีต่อระบบของเครื่องยนต์ เพราะการเปลี่ยนถ่ายจะเข้าไปช่วยในเรื่องของความสะอาด ช่วยป้องกันการสึกหรอชิ้นส่วนต่างๆ  และทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เหมือนใหม่ทุกสภาพการขับขี่ใช้งาน ฯลฯ การเลือกใช้น้ำมันเครื่องจึงสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันนี้ มีหลายเจ้าหลายยี่ห้อให้เลือกใช้กันมากมาย ซึ่งแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันไป ตามแต่กระบวนการการผลิต ทำให้บางคนอาจสับสน เลือกไม่ถูก ว่าแบบไหนดีที่สุดสำหรับรถของคุณ สำหรับน้ำมันเครื่องที่มีขายอยู่ในบ้านเรา สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (Full Synthetic) ถือเป็นน้ำมันเครื่องที่มีราคาแพง และดีที่สุด เพราะมีการผลิตที่พิถีพิถัน ประกอบกับกรรมวิธีต่างๆ ถูกคิดค้น และทำวิจัยมาเป็นอย่างดี จึงทำให้มีประสิทธิภาพการหล่อลื่นเครื่องยนต์สูงสุด แถมอัตราการระเหยต่ำ สามารถปกป้องเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้บางยี่ห้อยังสามารถใช้งานได้ยาวนาน ตั้งแต่ 15,000 – 20,000 กิโลเมตร เหมาะสมอย่างมากสำหรับรถที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ 2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) นับเป็นน้ำมันเครื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากราคาอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ถูกไม่แพง เพราะใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ผสมกับน้ำมันจากธรรมชาติ ซึ่งอัตราส่วนผสมจะอยู่ที่เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตในแต่ละยี่ห้อนั้นๆ สูตรใครสูตรมัน […]

Onelink

January 16, 2018

หน้าจอน้ำมันขึ้น “E” จะขับต่อได้อีกกี่กิโลเมตร?

โดยปกติแล้วหากปล่อยให้น้ำมันในถังเหลือน้อย ไฟโชว์สีเหลืองรูปหัวจ่ายน้ำมันมักจะสว่างขึ้นก่อน ขณะที่ตัวเลขระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้ (Range) จะค่อยๆ ลดลงจนกระทั่งเหลือ E ในที่สุด ซึ่งการทำงานของระบบวัดระยะทางจะแตกต่างกันไปตามรถแต่ละรุ่น รวมถึงสภาพการขับขี่ด้วย นั่นหมายความว่าหากจราจรติดขัด ระยะทางที่วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่าที่โชว์นั่นเอง ดังนั้น หากต้องการทราบระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้จริงๆ ควรดูจากไฟรูปหัวจ่ายน้ำมันจะดีกว่า โดยรถทันทีที่ไฟสว่างขึ้น นั่นแปลว่ายังมีน้ำมันในถังเหลืออยู่ประมาณ 8-11 ลิตร แล้วแต่รุ่นรถ (อ้างอิงตามผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา) ดังนั้น หากรถคุณมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 10 กม./ลิตร ก็จะสามารถขับต่อไปได้อีกประมาณ 80-110 กิโลเมตร ทั้งนี้ ระยะทางที่วิ่งได้จริงขึ้นอยู่กับสภาพจราจรและการขับขี่ในขณะนั้นด้วย หากเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องเหยียบคันเร่งบ่อย ก็จะทำให้ระยะทางสั้นลงเช่นกัน อย่างไรก็ดี หากเห็นว่าน้ำมันใกล้หมดก็รีบเติมเสียก่อน หากโชคร้ายขับไปเจอรถติด รับรองว่าอยู่ไม่สุขเป็นแน่ครับ ขอบคุณข้อมูล auto.sanook.com   

Onelink

January 10, 2018

6 วิธีเช็คสภาพรถหลังกลับจากเดินทางไกล

 การตรวจเช็คสภาพรถยนต์หลังจากเดินทางไกลถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวรถถูกใช้งานมาอย่างหนัก ทั้งเผชิญกับหลุมบ่อ, ถนนลูกรัง, การลากรอบเครื่องยนต์เป็นเวลานานๆ แม้กระทั่งการบรรทุกน้ำหนักมากกว่าปกติ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการสึกหรอในชิ้นส่วนต่างๆของรถ หากเราตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เบื้องต้น ก็จะช่วยให้แก้ปัญหาได้ทันท่วงทีก่อนจะลุกลามบานปลายในระยะยาว  สิ่งที่ควรตรวจเช็คสภาพหลังกลับจากเดินทางไกล มีดังนี้  1.เช็คน้ำมันเครื่อง ควรเช็คระดับน้ำมันเครื่องเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในระดับปกติ โดยระดับของน้ำมันไม่ควรพร่องลงไปจากระดับที่วัดก่อนการเดินทางมากนัก หากพบว่าน้ำมันเครื่องพร่องลงไปมากหรือต่ำกว่าระดับ MIN ก็ควรตรวจเช็คว่ามีการรั่วซึมจุดใดหรือไม่ นอกจากนั้นควรเช็คสภาพน้ำมันเครื่องว่าไม่ดำจนเกินไป รวมถึงไม่มีเศษเขม่าเจือปนอยู่ หากพบก็ควรหาเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ไปเลย 2.เช็คสภาพและลมยาง การเดินทางไกลอาจส่งผลให้ความดันลมยางลดลง จึงควรเช็คลมยางเมื่อมีโอกาส เพื่อป้องกันการสึกหรอของยางและลดโอกาสเกิดอันตรายจากการขับด้วยความเร็วสูง นอกจากนั้นยังควรตรวจสภาพยางว่าไม่มีอะไรเข้าไปทิ่ม อุด ตำ จนเป็นสาเหตุให้เกิดการรั่วซึมอย่างช้าๆ หากพบว่าล้อใดล้อหนึ่งมีความดันลมน้อยผิดปกติ ให้สันนิษฐานว่าล้อข้างนั้นอาจมีอะไรทิ่มเข้าไปแล้วคาอยู่ในเนื้อยาง เป็นเหตุให้เกิดการรั่วซึมอย่างช้าๆ ทางที่ดีควรปะยางหรือเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย 3.เช็คน้ำหล่อเย็น ควรตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น ทั้งในหม้อน้ำและหม้อพักน้ำ ทางที่ดีน้ำหล่อเย็นไม่ควรลดระดับไปมากนักเมื่อเทียบกับก่อนเดินทางไกล และควรเติมให้ได้ระดับพอดีก่อนใช้งานต่อไป 4.เช็คช่วงล่างและระบบกันสะเทือน การขับรถไปยังที่ที่ไม่คุ้นทาง อาจส่งผลให้ขับตกหลุมได้ ซึ่งหากเป็นหลุมเล็กๆก็คงไม่เป็นอะไร แต่หากเป็นหลุมขนาดใหญ่ อาจส่งผลให้ศูนย์ล้อผิดเพี้ยนไปได้ ให้ลองเช็คเบื้องต้นด้วยการปล่อยพวงมาลัยขณะที่รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หากรถยังคงสามารถวิ่งไปตรงๆ ก็ไม่มีปัญหา ทั้งนี้ควรเช็คสภาพถนนว่ามีการลาดเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลให้รถแฉลบออกด้านข้างได้เช่นกัน นอกจากนั้นยังควรตรวจสอบด้วยการฟังดูว่ามีเสียงผิดปกติขณะขับผ่านทางขรุขระหรือไม่ 5.เช็คไส้กรองอากาศ  การเดินทางไปต่างจังหวัดอาจต้องขับผ่านถนนที่มีฝุ่นมากกว่าปกติ จึงควรเช็คไส้กรองอากาศว่ามีสิ่งสกปรกอุดตันอยู่หรือไม่ หากมีก็ควรเป่าออก หรือเปลี่ยนไส้กรองใหม่ เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ […]

Onelink

January 3, 2018