วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้น ทำเองได้ง่าย ๆ

ทุกวันนี้การเดินทางส่วนใหญ่จะใช้รถยนต์แทบทั้งสิ้น และยิ่งใครที่ต้องใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ ด้วยแล้วละก็ บทความนี้อาจเป็นความรู้ให้ไม่มากก็น้อย หรือบางคนอาจรู้แล้วก็ไม่เป็นไร เพราะยังมีมือใหม่บางท่านที่อาจยังไม่ทราบก็ได้ สำหรับวิธีตรวจเช็กต่าง ๆ ที่นำมาเสนอในครั้งนี้ จะเป็นการตรวจเช็กแบบคร่าว ๆ ที่ทำได้ด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้รับรู้ทันท่วงที หากเกิดความผิดปกติขึ้น ก่อนที่มันจะลุกลามไปใหญ่โตจนทำให้เสียเงินเสียทองซ่อมบานตะไท และขอย้ำว่านี่ไม่ใช่แนวทางการซ่อม หากพบเจอปัญหาควรนำรถยนต์เข้าศูนย์ซ่อม หรืออู่ซ่อมรถยนต์ทันทีจะดีที่สุด 1.น้ำมันเครื่อง ดึงก้านน้ำมันเครื่องออกมาในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานจนถึงอุณหภูมิปกติแล้วดับสักครู่ (1-5นาที) จากนั้นเช็ดทำความสะอาดปลายก้านที่มีน้ำมันเครื่องติดออกมา แล้วใส่กลับเข้าไปที่เดิมอีกครั้ง ปล่อยไว้สักครู่แล้วดึงออกมาวัดระดับที่ได้ ว่ามีน้ำมันเครื่องคงเหลืออยู่ปริมาณเท่าไร โดยดูได้จากเกจวัดระดับ และที่ดีที่สุดคือระดับน้ำมันเครื่องต้องอยู่ในจุด F หรือ FULL นั่นเอง (อย่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องแห้งเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเครื่องยนต์พังแน่ๆ) 2.น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ สิ่งแรกที่ต้องทำคือจอดรถบนทางราบ และใส่เบรกมือ จากนั้นสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปลี่ยนเกียร์ ไล่ไปตั้งแต่ตำแหน่ง P จนถึง L หรือ 1 เมื่อเปลี่ยนเกียร์แต่ละตำแหน่งให้ค้างไว้ที่ตำแหน่งนั้น ๆ สักครู่ แล้วจึงค่อยเลื่อนเปลี่ยนเกียร์ถัดไป เสร็จทุกเกียร์แล้วจึงเลื่อนมา P หรือ N ดึงก้านวัดระดับเกียร์อัตโนมัติออกมาแล้วเช็ดทำความสะอาดก่อน จากนั้นใส่ก้านวัดกลับเข้าไปแล้วดึงออกมาใหม่ คราวนี้สังเกตดูว่าระดับน้ำมันที่ติดออกมาอยู่ตรงตำแหน่งไหน ซึ่งถ้ายังอยู่ตรงคำว่า H […]

Onelink

December 28, 2017

10 ไอเดียแก้ง่วง หากขับรถนานๆ แต่ต้องไปต่อ!

“หาวววววววววววว” ง่วงและล้าขนาดนี้ ขออ้าปากหาวเป็นดาวดึงส์สักแค่ไหนก็ไม่ช่วย ง่วงนอนบ่อยแบบนี้ “รู้ใจดอทคอม” ประกันภัยรถยนต์ ออนไลน์ ขอเสนอไอเดียใหม่ๆ ให้คุณได้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง เพื่อทำหน้าที่โชเฟอร์ เดินทางต่อให้ถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ กับ วิธีแก้ง่วง ที่เรารวบรวมมาฝากกัน ณ โอกาสนี้ 1. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น การขับรถทางไกลยาวๆ ความง่วงเกิดจากความเหนื่อยล้าที่ต้องโฟกัสกับเส้นทางเดิมๆ ในอิริยาบถเดิมๆ ในความง่วงระดับแรกนี้ ลองแวะปั๊มข้างทาง แวะปัสสาวะ ล้างมือล้างหน้า ลูบศีรษะและท้ายทอยให้รู้สึกเย็น ก็จะช่วยให้ตาตื่นขึ้นมาได้ 2. ผ้าเย็น ยาดม อัพเลเวลจากข้อแรกด้วยการใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง ยาดม สูดเรียกกลิ่นสมุนไพรและเมนทอลเย็นๆ เข้าปอดสักสองสามฟอด ส่วนน้ำเย็นถ้ามีผ้าชุบเช็ดตามใบหน้า แขน ท้ายทอย เจือกลิ่นยาดมหอมๆ ไปอีกก็ช่วยให้คุณตื่นพร้อมไปต่อ ไม่ง้ออาการง่วงนอนบ่อย 3. ยืดเส้นยืดสาย นั่งท่าเดียวท่าเดิม เท้าเกร็งอยู่กับคันเร่ง มือก็ควงคันเกียร์ คุณลองแวะปั๊มน้ำมัน จอดรถในที่ปลอดภัย แล้วทำกายบริหารสักนิดช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ยืนเท้าเอว กางขาเล็กน้อย ยกแขนด้านใดด้านหนึ่งขึ้นโน้มไปด้านข้าง แช่ไว้ 10-15 วินาที จากนั้นประสานมือยกเหนือลำตัวไปทางซ้าย ขวา จากนั้นสะบัดข้อมือ กลับมาเท้าเอว […]

Onelink

December 28, 2017

4 สิ่งที่ควรเช็คก่อนขับขี่รถในช่วงหน้าหนาว

ยามนี้ลมหนาวพัดโบกโชยมาให้สูดจนชื่นปอด หันมองไปที่ไหนก็มีแต่ฝุ่นปลิวว่อนล่องลอยไปทั่ว แม้ว่าฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่เรารู้สึกชอบและสบายตัวที่สุด แต่อย่าละเลยตรวจเช็คระบบไล่ฝ้า น้ำยาฉีดกระจก ระบบเบรค และสัญญานไฟต่างๆ ไว้ให้ดี เพราะ 4 อย่างนี้สำคัญมากสำหรับการขับรถในช่วงฤดูหนาว ก่อนอื่นเราต้องกล่าวแสดงความยินดีถึงการมาของฤดูหนาว ซึ่งปกติแล้วช่วงนี้เหมาะต่อการท่องเที่ยวไปต่างจังหวัดแถบโซนภาคเหนือและภาคอีสานเป็นที่สุด นั่นทำให้หลายท่านจำเป็นต้องขับรถทางไกลเพื่อไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นบนพื้นที่สูง บางครั้งก็อาจเจอสภาพอากาศที่แปรปวนทั้งลมแรง หมอกลงจัด หรือแม้กระทั่งมีฝนตกปรอยจนถนนลื่น ดังนั้นการตรวจเช็คสิ่งสำคัญ 4 อย่างที่เราจะบอกต่อไปนี้จึงนับว่าจำเป็นอย่างยิ่ง 1. ระบบไล่ฝ้า หากกล่าวถึงระบบไล่ฝ้าแล้วทุกคนคงคุ้นชินกันดี โดยฤดูฝนที่ผ่านมาเราท่านได้ใช้งานสิ่งนี้กันบ่อยครั้ง ซึ่งฝ้าที่กระจกรถเกิดจากอุณหภูมิความชื้นภายในและภายนอกรถแตกต่างกัน ฝ้าที่กระจกรถด้านนอก เกิดจากอุณหภูมิภายนอกสูงกว่าภายใน และฝ้าที่กระจกด้านในเกิดจากอุณหภูมิภายในรถสูงกว่าภายนอก สำหรับการตรวจเช็คระบบไล่ฝ้าก็ทำด้วยการทดลองเปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อความปลอดภัย 2. น้ำยาฉีดกระจก ขณะที่ขับขี่รถไม่ว่าจะเป็นช่วงสภาพอากาศทั้งร้อน ฝนตก หรือหนาวจัด ใบปัดน้ำฝนดูเหมือนเป็นสิ่งที่ทำงานอยู่บ่อยครั้ง โดยในฤดูหนาวมันจะถูกใช้เพื่อปัดเอาฝุ่นหรือซากแมลงตายแล้วที่ติดหนึบอยู่บนกระจกหน้าออกไป ดังนั้นการตรวจเช็คระดับน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน อย่างไรก็ตามการเติมน้ำยาฉีดกระจกอาจเติมน้ำเปล่า หรือซื้อน้ำยาเฉพาะมาใช้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของรถต้องการความสะอาดและสะดวกขนาดไหน 3. ระบบเบรก ก่อนขับรถทุกครั้งการตรวจเช็คผ้าเบรกกับน้ำมันเบรกคือสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะไม่ว่าคุณจะขับไปจ่ายตลาดใกล้บ้านหรือออกไปท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว สิ่งที่กล่าวมาตอนต้นนั้นช่วยให้คุณถึงที่หมายได้ปลอดภัย เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน ต่อมาคือการดูจานเบรกว่าสึกลึกลงไปเท่าใดแล้ว รวมถึงสังเกตุลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ สิ่งสุดท้ายคือดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป และหากเป็นไปได้ก็ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกปีละครั้งเพื่อเป็นการไล่ความชื้น และทำให้การเบรกมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา 4. […]

Onelink

December 27, 2017

รถมีเสียงดังผิดปกติแบบนี้ รีบตรวจเช็คด่วน!

นอกจากจะขับรถยนต์เป็นแล้ว บางทีคุณก็ต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์ที่คุณใช้งานอยู่บ้าง แม้จะเล็กน้อยก็ยังดี เพราะบางครั้งที่รถมีอาการผิดปกติ หากคุณรู้ตัวไว มันก็อาจจะช่วยเซฟรถยนต์ของคุณไม่ให้พังเยอะ รวมไปถึงค่าซ่อมค่าอะไหล่ต่างๆด้วย ซึ่งอาการผิดปกติบางอย่างก็สามารถรับรู้ได้ด้วย เสียง ที่ดังออกมาจากรถของคุณเอง นอกจากนี้แต่ละเสียงยังบ่งบอกถึงอาการต่างๆ ที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย      เอาเป็นว่า มาลองดูลักษณะเสียงที่เกิดขึ้นเหล่านี้กันดีกว่า ว่ากำลังจะมีอะไรเสียหายกันบ้าง      1. เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด หรือครืดๆ ขณะเบรก ไม่ว่าจะเบรกแรง หรือเบา ก็มักจะได้ยินเสียงแบบนี้ ให้ตรวจเช็กดูที่ผ้าเบรกก่อนเป็นอันดับแรก เพราะผ้าเบรกอาจหมด นอกจากนี้ควรตรวจเช็กระบบเบรกทั้งหมดไปในคราวเดียว เผื่อจานเบรกเป็นรอย หรือชิ้นส่วนอื่นๆ เสียหาย จะได้ทำทีเดียวให้จบ      2. เสียงดังจากล้อรถขณะเลี้ยว ให้ตรวจเช็กดูช่วงล่างทั้งหมด ไล่ไปตั้งแต่ แรคพวงมาลัย ลูกหมากปีกนก คันส่งคันชัก ฯลฯ เพราะมันอาจหมดอายุการใช้งาน หรืออาจเป็นเพราะเสียหายจากการใช้งานก็เป็นได้      3. เสียงดังตรงซุ้มล้อเมื่อขับผ่านลูกระนาด หรือตกหลุม อาการนี้ตรวจดูโช๊คอัพได้เลย เพราะมันไม่อาจจะดูดซับแรงกระแทกได้อีกแล้ว หากอาการไม่หนักก็ซ่อมแซม อัดน้ำมันเข้าไปใหม่ แต่ถ้าแย่แล้ว แนะนำให้เปลี่ยนใหม่จะดีกว่า      4. ขณะขับขี่มีเสียงหอนดังขึ้น (ยิ่งขับเร็วยิ่งดัง) อาการแบบนี้คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเพราะยางรถยนต์ ซึ่งจริงๆ แล้วนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่ง […]

Onelink

December 20, 2017

ข้อเสียของการจอดรถตากแดดนานๆ

การ จอดรถ ตากแดด กลางแจ้ง เป็นเวลานานๆ ในบางเวลาเราก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะในการไปทำธุระบางที่นั้น อาคาร จอดรถ หรือที่จอดรถในร่ม อาจจะเต็มล้นออกมาจนทำให้เราต้องมาจอด กลางแจ้งซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องที่ส่งผลดีกับรถอย่างแน่นอน แล้วสิ่งที่ว่านั้นจะมีอะไรบ้าง ลองมาดูกันเลย ความร้อนที่สะสมอยู่ในตัวรถ ซึ่งด้วยสภาพอากาศและ แสงแดด ของบ้านเราในช่วงหลังมานี้ ยิ่งทวีความร้อนมากกว่าเดิม ทำให้ภายในรถนั้นไม่ต่างอะไรกับไมโครเวฟเลยทีเดียว แอร์ทำงานหนัก ต่อเนื่องจากที่ความร้อนสะสมอยู่ในตัวรถ แน่นอนว่าหลังจากที่เราเข้ามาในรถแล้ว การเปิดแอร์แล้วเร่งให้แรงสุด หลังจากสตาร์ทรถ เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะทำ นี่แหละที่ทำให้แอร์ทำงานหนัก และด้วยความร้อนนี่แหละอาจจะส่งผลไปถึงการรั่วไหลของข้อต่อต่างๆของระบบท่อแอร์อีกด้วย อุปกรณ์ที่เป็นยาง เช่นขอบกระจก,ยางปัดน้ำฝน จะมีความแข็ง และขาดความยืดหยุ่น เรียกว่าเสื่อมสภาพไปอย่างเร็วก่อนเวลาอันควรนั่นเอง สีของตัวรถจะซีดเร็ว แดดจะทำลายสีที่เคลือบตัวรถ ในกรณีที่รถมีสีขาว จะสังเกตได้ว่าสีจะออกเหลืองๆ แต่ถ้าเป็นรถที่มีสีสดๆเข้มๆ สีก็จะดร็อป และซีดลงกว่าเดิม ฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพอย่างเร็ว ซึ่งสังเกตได้ง่ายๆ คือสีของฟิล์มจะออกสีม่วงๆ การระเหยของสารที่เป็นของเหลวภายในรถ อาจจะมีการระเหยออกมาเนื่องจากโดนความร้อน บางทีอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ และระบบทางเดินหายใจของเราได้ ส่วนการดูแลรักษาและเทคนิคเบื้องต้นในการระบายความร้อนก็มีดังนี้ หลังจากขึ้นรถแล้ว ก็ลงกระจกด้านฝั่งผู้โดยสารด้านข้าง แล้วก็ลงไป เปิด – ปิด ประตูวนไปสัก 4-5 ครั้ง จะสามารถระบายความร้อนได้ส่วนหนึ่ง หรือลงกระจกในช่วงออกรถในช่วงแรกสักระยะ แล้วหลังจากนั้นค่อยเปิดแอร์ หลังการล้างทำความสะอาด ควรขัดเคลือบสีรถ […]

Onelink

December 12, 2017

6 เสียงดังในตัวรถเกิดจากอะไรได้บ้าง?

รถยนต์เมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง อาจเกิดเสียงรบกวนดังขึ้น ซึ่งอาจเป็นเสียงการทำงานของรถยนต์ตามปกติ หรืออาจมีสาเหตุจากความผิดปกติของบางชิ้นส่วนก็เป็นได้ 1.เสียงเคาะใต้ท้องรถหลังจากดับเครื่องยนต์ หลังจากจอดรถดับเครื่องเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราอาจได้ยินเสียงก๊องแก๊งมาจากใต้ท้องรถ ซึ่งเป็นเสียงการทำงานของ Catalytic Converter ในระบบท่อไอเสีย ซึ่งเป็นเสียงการทำงานปกติอยู่แล้ว เสียงดังกล่าวอาจดังนานกว่าปกติ หากขับรถด้วยความเร็วสูงหรือใช้รอบจัดเป็นระยะเวลานาน 2.เสียงดังเป็นจังหวะขณะเบรกอย่างรุนแรง หากเหยียบเบรกกะทันหันแล้วเกิดเสียงดังเป็นจังหวะ พร้อมกับอาการสั่นที่แป้นเบรก เกิดจากการทำงานของปั๊ม ABS เพื่อป้องกันล้อล็อคตาย ซึ่งเป็นเสียงที่เกิดขึ้นตามปกติ ให้เหยียบเบรกจนสุดตามปกติโดยไม่ต้องปล่อยเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในขณะนั้น 3.เสียงดังจากเครื่องยนต์หลังจากเปิดแอร์ หลังจากเปิดระบบปรับอากาศในตัวรถ อาจได้ยินเสียงดัง ‘ชึ่ง’ ออกมาจากห้องเครื่องยนต์ และได้ยินเป็นระยะๆ ขณะรถจอดติดไฟแดง เสียงดังกล่าวเกิดขึ้นจากการตัดต่อคอมเพรสเซอร์แอร์ ถือเป็นเสียงปกติ ไม่ต้องเป็นกังวลใดๆ แต่หากคอมแอร์มีเสียงดังขณะทำงาน อาจเกิดจากลูกปืนหรือหน้าคลัชท์คอมแอร์เสื่อมสภาพ ควรนำรถเข้าเช็คก่อนเสียหายลุกลาม 4.เสียงดังกุกกักขณะเลี้ยวรถ หากได้ยินเสียงกุกกักจากช่วงล่างขณะหักพวงมาลัยหรือเลี้ยวรถ แสดงว่าช่วงล่างเริ่มมีอาการหลวม อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ลูกหมาก, บูชปีกนก, ยางเบ้าโช๊ค ฯลฯ ควรนำรถเข้าเช็คที่อู่หรือศูนย์บริการเพื่อซ่อมให้เรียบร้อย 5.เสียงดังเอี๊ยดจากยางขณะเลี้ยวรถ หากเลี้ยวรถแล้วเกิดเสียงดังเอี๊ยดจากยาง มักได้ยินเวลาขับรถไปจอดตามห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นผิวค่อนข้างลื่น อาจเกิดจากเนื้อยางเสื่อมสภาพเนื่องจากใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน แต่หากยางยังมีสภาพดีอยู่ อาจเกิดปัญหาขึ้นจากช่วงล่างหลวมได้เช่นกัน 6.เสียงดังภายในห้องโดยสารเมื่อล้อรถตกหลุม รถยนต์ที่ใช้ไปนานๆ อาจเกิดเสียงดังภายในห้องโดยสารขณะวิ่งบนทางขรุขระเมื่อเทียบกับสมัยออกรถใหม่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนล้อและยางให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แก้มยางมีขนาดเล็กลง ทำให้ซับแรงกระแทกได้น้อยลงเช่นกัน […]

Onelink

December 6, 2017