สัมภาษณ์พิเศษ นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก

วันนี้เป็นโอกาสดีที่เราได้พูดคุยกับแพทย์ชนบทตัวจริง นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ “หมอวรวิทย์” ปักหลักอยู่ชายแดน ผู้มีชีวประวัติเข้มข้น และชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าประทับใจทั้งอุดมการณ์ยึดมั่น ความทุ่มเท รวมไปถึงสายสัมพันธ์อันดีกับผู้ป่วยและชุมชน ที่ใช้คุณูปการจากอาชีพของตัวเองเพื่อสร้างความสุขให้แก่ผู้ยากไร้ อุทิศชีวิตกว่า 25 ปี ในการรักษาผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดาร ที่ รพ.อุ้มผาง จ.ตาก ตั้งอยู่ในเขตชายแดนไทย-เมียนมา หน้าที่หลักของโรงพยาบาลคือ เราให้บริการกับผู้ป่วยที่เป็นคนไทย และคนที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย โดยเราจะแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีหลักประกันสุขภาพ และกลุ่มที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพ กลุ่มหลังนี้รวมถึงกลุ่มคนที่ข้ามมาจากฝั่งพม่าด้วย คุณหมอกล่าวว่า สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ถือเป็นสาเหตุลำดับต้นๆ ของการเสียชีวิตของคนไทย ถ้ามีอุปกรณ์เพื่อลดอัตราการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ในราคาที่ไม่แพง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหรือลดความสูญเสียน้อยที่สุด คงจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะประเทศไทยติดอันดับ 2 ของโลก เรื่องอันตรายจากการเดินทางบนท้องถนน บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด ภูมิใจที่ ระบบวันแดส (ONEDAS) ระบบกล้องติดรถยนต์อัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และยังได้เพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลและผู้ป่วย ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ วันแดส (ONEDAS)  http://www.onelink.co.th/onedas/

Onelink

July 31, 2017

“บริษัท นครสวรรค์ตั้งประเสริฐผู้นำด้านการขนส่งขนาดใหญ่”

นครสวรรค์ตั้งประเสริฐ ผู้นำด้านการขนส่งขนาดใหญ่ วันลิ้งค์ ขอขอบคุณที่ใช้บริการของเรามามากกว่า 10 ปี เราจะพัฒนามาตรฐานสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าสูงสุด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-1065300 Website : www.onelink.co.th Facebook : www.facebook.com/onelinkthailand YouTube : Onelink Technology Line : Onelink Technology  

Onelink

July 31, 2017

“ ความปลอดภัยคือหัวใจ ในการบริการของเรา ”

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตเรามากขึ้น และก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก รวมถึงเทคโนโลยีในรถยนต์หลายอย่างสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง GPS จีพีเอส หรือระบบนำทางในรถยนต์ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวเหล่านี้มีส่วนที่จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมทางด้านโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก ยกตัวอย่าง ในอดีตเวลาซื้อสินค้า เราไม่สามารถติดตามสถานะการขนส่งสินค้าได้ว่าอยู่ที่ไหนและจะมาถึงปลายทางเราเมื่อไร แต่เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ข้อมูลต่างๆเชื่อมต่อกัน จนสามารถรู้ได้ว่า สถานะของสินค้าเป็นอย่างไร ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง  ลดความเสียหายที่เกิดจากการขนส่ง  และลดความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน     วันนี้เรามีบทสัมภาษณ์พิเศษ คุณ ธร ตระหง่านศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองทัวร์ จำกัด ที่ให้บริการรถตู้ ระหว่าง กรุงเทพฯ – ระยอง และเลือกติด จีพีเอส ของ บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด ด้วยเหตุผลหลักคือ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้รถใช้ถนน  เนื่องจากเป็นผลดีต่อพนักงานขับรถของ บริษัท ระยองทัวร์ จำกัด และผู้โดยสาร เพราะการขับรถยนต์ให้ปลอดภัย ถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับการขับรถยนต์ในแต่ละครั้ง การเตรียมความพร้อมทั้งรถยนต์และคนขับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะ “ ความปลอดภัยคือหัวใจ ในการบริการของเรา […]

Onelink

July 27, 2017

SMART TECHNOLOGY 2017

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 บริษัท วันลิ้งค์ เทคโนโลยี่ จำกัด เข้าร่วมงาน  SMART TECHNOLOGY 2017 จัดโดย Security Systems Magazine จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการและแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีด้าน Public Transportation & Smart Logistics รวมไปถึงเทคโนโลยีด้าน Security Systems & Network Solutions โดยมีนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ฝ่ายวิชาการ) ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ และมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้เกียรติมาบรรยายถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ นอกจากนี้บริษัทฯ ได้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมขนส่งสินค้า ที่มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจของโลก พร้อมแนวทางการลดต้นทุนการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ    

Onelink

July 25, 2017

GPS ติดตามรถหายได้อย่างไร

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวไกล ทำให้เราสามารถรับข้อมูลข่าวสารและติดต่อสื่อการกันได้สะดวกขึ้น รถยนต์ก็สามารถสื่อสารกับผู้ใช้งานได้ โดยการสื่อสารผ่านทาง GPS (Global Positioning System) หรือระบบติดตามตำแหน่งบนพื้นโลก ไม่ว่าจะเป็น จีพีเอส (GPS) ติดตามรถหายได้อย่างไร จีพีเอส (GPS) บอกตำแหน่งรถ หรือ  ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วนดังนี้ ดาวเทียมติดตาม  ดาวเทียมได้ถูกส่งขึ้นไปโคจรรอบโลกครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2500 ดาวเทียมดังกล่าวมีชื่อว่า “สปุตนิก (Sputnik)” โดยรัสเซียเป็นผู้ส่งขึ้นไปโคจร สปุตนิกทำหน้าที่ตรวจสอบการแผ่รังสีของชั้นบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟีย ต่อมาในปี พ.ศ. 2501 สหรัฐได้ส่งดาวเทียมขึ้นไปชื่อว่า “Explorer” ปัจจุบันทั่วโลกมีดาวเทียม ที่ปฏิบัติการอยู่ 1,071  ดวง (2017) ซึ่งครึ่งหนึ่งถูกปล่อยที่ สหรัฐอเมริกา ที่ระดับความสูงตั้งแต่ 20,000 ไปจนถึง 36,000 กิโลเมตรจากพื้นดิน และดาวเทียว Navstar จากประเทศสหรัฐอเมริกา คือดาวเทียมที่ใช้เกี่ยวกับการกำหนดพิกัดบนโลก (Global Positioning System) ซึ่งโคจรอยู่รอบโลก จำนวนทั้งหมด 24 […]

Onelink

July 24, 2017

เทคนิคการจอดรถอย่างถูกวิธี

วันนี้เรามีเทคนิคการจอดรถอย่างถูกวิธีในสถานที่ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ทั้งการจอดรถในช่องจอดรถ จอดรถบนช่องทางเดินรถ จอดรถบนทางลาดชัน เพื่อไม่ให้กีดขวางช่องทางจราจร ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง กรณีจอดรถในช่องจอดรถ ควรจอดรถให้อยู่ภายในช่องที่กำหนดไว้  โดยจอดขนานกับเส้นที่กำหนด และกะระยะห่างจากเส้นให้เหมาะสม  เพื่อให้รถอยู่กึ่งกลางของช่องจอดรถ ไม่จอดรถชิดไปด้านใดด้านหนึ่ง  ชิดด้านท้าย หรือล้ำไปด้านหน้ามากเกินไป พร้อมพับกระจกข้าง จะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้รถคันอื่นสามารถขับผ่านหรือเข้าจอดได้สะดวก หากจอดรถกีดขวางช่องทางรถคันอื่น ให้ปลดเกียร์ว่าง หรือเลื่อนคันเกียร์ไปไว้ที่ตำแหน่ง N ไม่ดึงเบรกมือ เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้ แต่หากจอดรถในช่องทางปกติ ควรเลื่อนคันเกียร์ไปไว้ที่ตำแหน่ง P เพื่อป้องกันรถเลื่อนไปชนรถคันอื่น รวมถึงไม่จอดรถบริเวณหัวมุม ทางโค้ง หรือทางแคบ เพราะมีพื้นที่จำกัด อีกทั้งยังกีดขวางช่องทางจราจร ทำให้ รถคันอื่นขับผ่านไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนได้ กรณีจอดรถบนช่องทางเดินรถ ควรจอดรถบริเวณด้านซ้ายของทางเดินรถ โดยให้ด้านซ้ายของรถชิดและขนานกับขอบหรือไหล่ทางในระยะไม่เกิน 25 เซนติเมตร ในลักษณะที่ไม่กีดขวางช่องทางจราจร ไม่จอดรถในบริเวณที่ห้ามจอด เช่น บนทางเท้า บนสะพาน ในอุโมงค์ บริเวณทางร่วมทางแยก เป็นต้น เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังผิดกฎหมายอีกด้วย กรณีรถจอดเสียบนทางเดินรถ ควรให้สัญญาณการจอดรถโดยเปิดไฟฉุกเฉิน นำกรวย  ป้ายสะท้อนแสง กิ่งไม้ หรือวัสดุอื่นมาวางให้ห่างจากรถในระยะไม่ต่ำกว่า 50 เมตร […]

Onelink

July 24, 2017

6 ข้อควรจำสำหรับคนขับรถทางไกล

การขับรถให้มีประสิทธิภาพไม่ได้มีแค่ในส่วนของรถยนต์ตัวมันเองเท่านั้น แต่คนขับก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน และเรามี 6 ข้อ สำคัญ สำหรับคนเดินทางที่รู้ไว้ใช่ว่า มันช่วยคุณได้ 1. นอนหลับให้พอ การขับรถเดินทางไกล สิ่งสำคัญ คือคุณควรนอนหลับให้เพียงพอต่อการเดินทาง ควรนอนสะสมให้ครบ 8 ชั่วโมง หรือ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำเพื่อลดการง่วงขณะขับขี่ ซึ่งสามารถเป็นต้นเหตุของการหลับในได้ 2.งดเหล้าเบียร์ และยาที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท การทานยาเหล้า-เบียร์มีผลทำให้ร่างกายอ่อนล้า เช่นเดียวกับยากดประสาทประเภทต่าง เช่น ยาแก้แพ้ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการขับขี่ลดลงได้ 3.ท่านั่งที่ถูกต้อง หลายคนมักนั่งขับรถไม่ถูกต้อง ด้วยความกังวลว่ามันจะไม่สบาย แต่ความจริงแล้วท่านั่งขับขี่คือสิ่งที่สำคัญต่อการขับรถ เพราะช่วยให้คุณไม่เมื่อยล้า หรือนั่งผิดท่า ซึ่งทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ดี และนำมาสู่ความเหนื่อยอ่อนการขับขี่หรืออาการหลับในได้ ท่านั่งที่ดีควรอยู่ในท่าที่นั่งสบาย โดยมีพนักพิงโอบกระชับสะโพกและแผ่นหลัง ที่สำคัญไม่ควรนั่งชิดพวงมาลัยจนเกินไป ให้ใช้ข้อมือวัด1 ช่วงแขนจากพวงมาลัย คือจุดที่ดีที่สุดในการขับขี่ 3.หาคนช่วยขับถ้าไปทางไกล บางครั้งเราต้องยอมรับว่าการเดินทางไกลค่อนข้างจะทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าหรือเพลียได้ บางทีการหาเพื่อนที่สามารถขับรถได้นั่งไปด้วยก็ย่อยจะเป็นทางออกที่ดีกว่า ในการทำให้การเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่คุณก็ควรเลือกคนที่มีความชำนาญในการขับขี่ด้วย แต่หากเพื่อคุณไม่ชำนาญทางก็อาจจะสลับกันขับในช่วงที่คิดว่าเป็นจุดเสี่ยงก็ได้ 4.พักรถทุก 2 ชั่วโมง การเดินทางไกลย่อมมีการเมื่อยล้าเป็นธรรมดา และเราขอแนะนำว่า คุณควรจอดพักสักครู่ ทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือ 110 กิโลเมตร โดยประมาณ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย ที่สำคัญอย่าลืมแวะเข้าห้องน้ำ เพื่อผ่อนคลายร่างกลายตัวเอง 5. น้ำเปล่า..ออพชั่นความสดชื่น หลายคนขับรถส่วนใหญ่มักจะเกิดความเมื่อยล้ากลางทาง และการคลายเครียดที่ดี อาจจะอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร […]

Onelink

July 20, 2017

รวมเทคนิคป้องกันหนู กัดสายไฟในเครื่องยนต์

การที่มีหนูเข้าไปในห้องเครื่องยนต์นั้น สามารถสังเกตได้จากการพบรอยเท้าขนาดเล็กในห้องเครื่องยนต์ หากวันไหนเปิดฝากระโปรงขึ้นมาแล้วพบว่ามีรอยเท้าอยู่ แสดงว่าคุณประสบปัญหาหนูเข้าห้องเครื่องเข้าให้แล้ว เรามีวิธี 5 ป้องกันและกำจัดหนูเหล่านี้ให้หมดไป ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ 1.จัดพิ้นที่ใหม่ให้ปลอดหนู การป้องกันปัญหาหนูเข้าห้องเครื่องยนต์ได้ดีที่สุด ก็คือ การจัดพื้นที่จอดรถให้ปลอดหนู ซึ่งหนูส่วนใหญ่มักอยู่ในที่อับชื้น มีสิ่งสกปรกและเศษอาหารตกอยู่ วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือการจัดพื้นที่จอดรถให้สะอาด เก็บของไม่ให้รกหูรกตา ปิดทางเข้า-ออกของหนูให้ได้มากที่สุด ทางที่ดีควรเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ไม่ใช่มุมอับ ซึ่งเป็นที่อยู่ชั้นดีของหนูเหล่านี้ 2.ใช้กรงดักหนู การใช้กรงดักหนูเป็นวิธีกำจัดหนูที่รุนแรงน้อยที่สุด แต่หนูบางตัวก็เรียนรู้ที่จะไม่เข้าไปในกรงดักหนู หากจำเป็นจริงๆ ก็ค่อยหันไปใช้อุปกรณ์จับหนูประเภทอื่น เช่น กาวดักหนู, กับดักหนู ฯลฯ 3.ใช้ลูกเหม็นหรือพิมเสน ให้นำเอาลูกเหม็นบรรจุถุงตาข่ายโปร่งๆ หรือพิมเสนชนิดถุงห้อยสำเร็จรูป วางไว้ข้างล้อทั้ง 4 ข้าง ทั้งด้านนอกและด้านใน เพราะล้อเป็นจุดสำคัญที่หนูใช้ปีนขึ้นไปยังห้องเครื่องยนต์ หากโชคดีหนูที่บ้านคุณไม่ชอบกลิ่นเหล่านี้ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้หนูเข้าไปกัดสายไฟได้ 4.เปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้ พฤติกรรมของหนูไม่ชอบสถานที่เปิดโล่ง ดังนั้น หากจอดรถเอาไว้ในบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด ก็ให้เปิดฝากระโปรงทิ้งไว้ จะทำให้หนูไม่เลือกที่จะเข้ามาหลบซ่อนในห้องเครื่องยนต์ได้ 5.เลี้ยงแมว หากวิธีที่กล่าวมาข้างต้นไม่สามารถกำจัดปัญหาหนูไปได้จริงๆ ทางออกเด็ดก็คือการเลี้ยงน้องแมวซะเลย จะช่วยให้หนูไม่กล้าเข้ามายุ่มย่ามในเขตพื้นที่บ้านได้ แม้ว่าวิธีนี้จะทำให้คุณไม่ต้องเผชิญหนูตัวเป็นๆ แต่หากเป็นหนูที่ตายแล้วล่ะก็ไม่แน่ เพราะน้องเหมียวอาจคาบมาให้คุณดูต่างหน้าก็เป็นได้ ขอบคุณข้อมูล http://auto.sanook.com

Onelink

July 17, 2017

วิธีล้างห้องเครื่องด้วยตนเอง

การล้างห้องเครื่องยนต์เองนั้นสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงคุณมีอุปกรณ์ที่พร้อมเเละน้ำยาล้างห้องเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง เรามีขั้นตอนการล้างห้องเครื่องยนต์มาฝาก ขั้นตอนสำคัญ หุ้มวัสดุกันน้ำบนส่วนประกอบของเครื่องยนต์ที่ไม่สามารถโดนน้ำได้ และการล้างห้องเครื่องรถยนต์ที่ปลอดภัยนั้นควรดับเครื่องแล้วรอให้เครื่องยนต์เย็นลงก่อนทุกครั้ง สิ่งที่ต้องเตรียมในการล้างห้องเครื่องเอง สายยางฉีดน้ำและหัวฉีด กระบอกฉีดน้ำ แปรงทำความสะอาดและแปรงสีฟันด้ามเก่า ผ้าสะอาด น้ำยาล้างเครื่องยนต์ น้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ วิธีล้างเครื่องยนต์ การล้างห้องเครื่องไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงแค่คุณทำตามขั้นตอนทางด้านล่างนี้อย่างถูกต้องและปฏิบัติตามวิธีการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ดับเครื่องยนต์และรอให้ห้องเครื่องเย็นตามอุณภูมิปกติก่อน วิธีแรกนี้สำคัญต่อความปลอดภัยของคุณเป็นอย่างมาก เปิดฝากระโปรงรถขึ้น แล้วใช้คู่มือรถตรวจสอบจุดที่อาจก่อให้เกิดอันตราย จากนั้นให้วัสดุกันน้ำอย่างพลาสติก หุ้มส่วนประกอบต่างๆ ที่สามารถเกิดอันตรายได้หากโดนน้ำและน้ำยาทำความสะอาด ใช้หัวฉีดของสายยางฉีดน้ำหรือกระบอกฉีดน้ำฉีดลงบนห้องเครื่องให้ทั่วอย่างเบามือ จากนั้นฉีดน้ำยาล้างห้องเครื่องให้ทั่วบริเวณห้องเครื่อง แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อให้น้ำยาซึมเข้าไปทำความสะอาดได้ทั่วถึง ใช้แปรงทำความสะอาดค่อยๆ ขัดส่วนประกอบต่างๆ ของห้องเครื่องเบาๆ และระวังจุดที่หุ้มวัสดุกันน้ำไว้ไม่ให้หลุดออก ใช้น้ำฉีดล้างน้ำยาล้างเครื่องยนต์ออกให้หมด สำหรับจุดที่เข้าถึงยาก คุณสามารถใช้ผ้าชุบน้ำหรือแปรงสีฟันด้ามเก่าชุดน้ำแล้วเช็ดหรือขจัดน้ำยาออก ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบน้ำออกให้หมด แกะวัสดุกันน้ำออกจากชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ปิดฝากระโปรงรถแล้วสตาร์ทเครื่องไว้สักพัก วิธีนี้จะช่วยให้เครื่องยนต์แห้งเร็วขึ้น ฉีดหรือป้ายน้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ แล้วเช็ดให้ทั่ว สตาร์ทเครื่องไว้สักพักอีกรอบ ดับเครื่องแล้วรอให้เครื่องเย็นลงสักพัก จากนั้นตรวจสอบส่วนต่างๆ ของห้องเครื่องหากมีคราบน้ำหรือน้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ติดอยู่ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดออก เพียงเท่านี้การล้างเครื่องยนต์ก็เป็นอันเสร็จสิ้น แต่หากคุณไม่มีเวลาเพียงพอ การล้างเครื่องยนต์ที่ศูนย์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก โดยส่วนมากราคาการล้างห้องเครื่องยนต์ที่ศูนย์จะเริ่มต้นที่ 500 บาทขึ้นไป ดังนั้นหากคุณต้องการดูแลรักษาล้างห้องเครื่องเป็นประจำและไม่มีเวลาดูแลเครื่องยนต์ด้วยตนเองหรือไม่มั่นใจในการทำความสะอาด การนำรถไปล้างห้องเครื่องที่ศูนย์กับผู้เชี่ยวชาญอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ขอบคุณข้อมูล https://www.cleanipedia.com/th […]

Onelink

July 12, 2017
1 2